เร่งพัฒนา "การศึกษาสงฆ์"

มส. อุดช่องโหว่ พระ-เณรลด ส่งผลกระทบความมั่นคงพระพุทธศาสนา  พระภิกษุสามเณรในประเทศไทยมีจำนวนลดลง?

คำถามที่เกิดขึ้นทันทีที่มีการเปิดเผยผลการสำรวจของ นายชาญณรงค์ บุญหนุน จากภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เรื่อง “แนวโน้มจำนวนและคุณภาพของพระสงฆ์ในชนบทของประเทศไทย” ช่วงปลายปี 2550 ซึ่งทำการสำรวจโดยลงพื้นที่สุ่มตัวอย่างวัดทั่วประเทศ

ผลสำรวจพบว่า มีพระสงฆ์ทั่วประเทศเพียง 125,000 รูป ขณะที่สามเณรมีเพียงประมาณ 60,000 รูปเท่านั้น

แตกต่างจากจำนวนที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำรวจช่วงเดือน ธ.ค. 2550 ซึ่งระบุมีพระสงฆ์ 258,163 รูป สามเณรมี 70,081 รูปค่อนข้างมาก

แต่จากผลสำรวจของนายชาญณรงค์ที่เจาะลึกลงไปว่าเป็นการสำรวจผู้ที่จะมาบวชเป็นพระหรือ เณร ในระยะยาวเท่านั้น โดยพบว่าบางวัดพบว่า ครั้งแรกที่มีการสำรวจมีพระอยู่ 20 รูป แต่เมื่อสอบถามกลับไปอีกครั้งพบว่ามีพระจำพรรษา อยู่นานๆเพียง 4 รูปเท่านั้น

ตอกย้ำด้วยข้อมูลจาก พระครูสุนทรพิมลศีล ประธานศูนย์โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แห่งประเทศไทย ที่เปิดเผยว่า ผู้ที่เข้ามาบวชเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาจากทั่วประเทศ มีจำนวนที่ลดลงทุกปี โดยเฉลี่ยจะลดลงปีละร้อยละ 3-5 แต่ปี 2551 หลังจากที่เริ่มรับเด็กเพื่อเข้ามาบวชเรียนตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย. เป็นต้นมา พบว่ามีจำนวนลดลงมากถึงร้อยละ 20-30

“สาเหตุที่ผู้ปกครองไม่สนใจที่จะส่งเด็กเข้ามาบวชเรียน เพราะผู้ปก-ครองไม่รู้ว่าการเข้าเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯจะได้อะไรบ้าง จะดีกว่าการเข้าเรียนในโรงเรียนปกติหรือไม่ ทั้งที่การเรียนในโรงเรียน พระปริยัติธรรมฯ นอกจากจะได้ความรู้แล้ว เด็กยังจะได้คุณธรรม จริยธรรม ติดตัวไปด้วย จึงทำให้ในแต่ละ จังหวัดโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯจะเป็นตัวเลือก อันดับสุดท้ายตลอด ดังนั้น จึงจะต้องมีการประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เห็นข้อดีของการเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม” พระครูสุนทรพิมลศีล กล่าว

เท่ากับยืนยันถึงผลสำรวจที่ระบุว่า จำนวนพระภิกษุสามเณรในประเทศไทยลดลงจริง

และแน่นอนการที่มีผู้บวชน้อย ย่อมส่งผลถึงคุณภาพของการศึกษาของคณะสงฆ์ในทางอ้อมด้วย เพราะย่อมเท่ากับมีพระ เณร เข้าสู่การศึกษา ของคณะสงฆ์น้อยไปด้วย

ภาพสะท้อนที่ชัดเจน และน่าจะเป็นคำตอบอย่างดี คือ จากผลการสอบบาลี สนามหลวงในระดับเปรียญธรรม (ป.ธ.) 9 ประโยค ที่ถือว่าเป็นจุดสูงสุด ของการศึกษาในวงการสงฆ์ในปี 2551 มีพระ เณร สอบได้แค่ 25 รูป น้อยที่สุดในรอบ 4 ปี

และมติของ มหาเถรสมาคม (มส.) จากการประชุมเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งเห็นชอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาฯดำเนินการจัดทำซีดีขั้นตอนการบวช โดยเน้นถึงความสำคัญและสิ่งที่ได้รับเมื่อเข้ารับการบวช และแจกจ่ายให้กับคนที่สนใจ โดยหวังจะใช้เป็นอีกแนวทางหนึ่งให้คนสนใจเข้ามาบวชมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า มส. เองก็เริ่มตระหนักและมองเห็นปัญหาตรงจุดนี้

ขณะที่ นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ที่เปิดเผยว่า ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะต้องทำการสำรวจเกี่ยวกับจำนวนพระสงฆ์-เณรใหม่ ทั้งต้องเป็นการสำรวจจำนวนแต่ละวัดอย่างแท้จริง โดยจะแบ่งเป็นการสำรวจในพรรษา และการสำรวจนอกพรรษา

พร้อมกันนั้น ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมยังได้เสนอแนวทางแก้ไขในระยะยาวด้วยว่า การจะทำให้คนสนใจเข้ามาบวชเพิ่มมากขึ้นนั้น มีอยู่ทางเดียวคือ การพัฒนาการศึกษาของคณะสงฆ์ให้มีคุณภาพ จนทำให้คนที่จะเข้ามาบวชเรียนรู้สึกว่า เมื่อบวชเรียนแล้วจะได้อะไรมากกว่าเรียนตามโรงเรียนปกติ เพราะปัจจุบันนี้โรงเรียนที่คนแห่นำบุตร หลานไปสมัคร ก็เพราะต้องการให้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ ดังนั้น เมื่อพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้มีคุณภาพ เมื่อมีคนมาบวชเรียนก็จะต้อง

อยู่อย่างน้อย 3 ปี และเมื่อมีการจัดการที่มีคุณภาพ ก็มั่นใจว่าจะมีคนขอสึกน้อยลง ซึ่งหากมีการวางแนวทางที่ดีๆแล้ว ต่อไปอาจจะมีการส่งเสริมให้ ผู้หญิงมาบวชเรียนบ้างก็ได้ เพราะเมื่อ พ.ร.บ. อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ.... ประกาศใช้ จะมีการรับรองสถานภาพแม่ชี ก็จะสามารถนำแม่ชีที่มีความรู้มาสอนได้

ทีมข่าวศาสนา มองว่า การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นการวางรากฐานของบุคลากรของ ทั้งทางโลกและทางธรรม ดังนั้น การที่จะ พัฒนาการศึกษาของสงฆ์เพื่อใช้เป็น แนวทางหลักในการแก้ปัญหาพระ-เณร ลดน้อยลง และบางส่วนขาดคุณภาพ จึงน่าจะการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและตรงจุด

เพราะหากไม่รีบแก้ไข นอกจากจะเป็นปัญหาในคณะสงฆ์แล้ว ยังจะส่งผลกระทบถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนาด้วย

เมื่อการศึกษาคณะสงฆ์มีคุณภาพ นอกจากจะมีคนสนใจมาบวชเรียนแล้ว พระสงฆ์ก็จะมีคุณภาพ นั่นหมายถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนา

จึงเป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ และมหาเถรสมาคม ที่จะต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน

หากพระสงฆ์มีจำนวนลดน้อยลง และยังถูกซ้ำเติมด้วยการขาดคุณภาพ ย่อมส่งผลถึงความสั่นคลอนของพระพุทธศาสนาในอนาคต.

ที่มา: 

ไทยรัฐ

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <p><a><u><i><b> <em><strike><img> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><blockquote><div>
  • *การขึ้นบรรทัดใหม่ : ถ้าข้อความยาวไม่เกิน 1 บรรทัด กด Enter หนึ่งครั้ง, ถ้ายาวเกิน 1 บรรทัด กด Enter สองครั้ง เพื่อให้มีช่องว่างระหว่างย่อหน้า ให้อ่านง่ายขึ้น - มีวรรคตอน อย่าเขียนติดกันเป็นพืด* :(

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต

By submitting this form, you accept the Mollom privacy policy.