ขบวนการแบ่งแยกดินแดนใต้กว้านซื้อที่ใกล้วัดพระธรรมกาย

รองสมุหราชองครักษ์ เผยมีเบาะแสขบวนการแบ่งแยกดินแดนกว้านซื้อที่ดินใกล้วัดพระธรรมกาย 90 ไร่ หวังตั้งสหพันธ์อิสลามแห่งเอเชียที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประชุมแกนนำต้น ก.พ.51 พบเริ่มขยายเข้า จ.ตรัง พัทลุง ภูเก็ต ปลุกระดมคนในพื้นที่ สอนเด็กร้องเพลงชาติรัฐปัตตานีแทนเพลงชาติไทย

รองสมุหราชองครักษ์เผยขบวนการแบ่งแยกดินแดนขยายเข้า จ.ตรัง พัทลุง ภูเก็ต ปลุกระดมคนในพื้นที่ สอนเด็กร้องเพลงชาติรัฐปัตตานีแทนเพลงชาติไทย พบเบาะแสกว้านซื้อที่ดินใกล้วัดธรรมกาย 90 ไร่ หวังตั้งสหพันธ์อิสลามแห่งเอเชียที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประชุมแกนนำต้น ก.พ.51

ที่หอประชุมพุทธมณฑล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พระธรรมกิตติเมธี กรรมการมหาเถรสมาคมและโฆษกมหาเถรสมาคม เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาวิชาการ 'อุดมการณ์ศาสนทายาท' มีพระภิกษุสามเณรที่กำลังเรียนหรือสอบเปรียญธรรม 7, 8, 9 ประโยค รวมทั้งครูสอนศีลธรรมในโรงเรียนกรุงเทพฯ จำนวน 80 รูปเข้าร่วมสัมมนา โดยผู้จัดได้เชิญ พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาบรรยายเรื่อง สถานการณ์ชาวพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้Ž

พล.อ.ณพล กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้และบางส่วนของ จ.สงขลา รวมทั้งล่าสุดได้ขยายไปยังพื้นที่ใน จ.ตรัง พัทลุง และภูเก็ต เพื่อต้องการแบ่งแยกดินแดนสำหรับจัดตั้งรัฐปัตตานี โดยเตรียมงานและวางแผนเป็นอย่างดี มีทั้งคนในพื้นที่และคนไทยในต่างแดน โดยการสร้างสถานการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจข่มเหงรังแกชาวมุสลิมใน พื้นที่ ทอดทิ้งไม่เอาใจใส่ จุดประสงค์หลัก คือต้องการที่จะแบ่งแยกดินแดนและทำลายสถาบันหลัก คือสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการใช้ครูที่กลับมาจากต่างประ เทศมาปลุกระดมคนในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนสอนศาสนา หรือโรงเรียนอนุบาลบางแห่งมีการปลูกฝังให้เด็กร้องเพลงชาติรัฐปัตตานีแทน เพลงชาติไทย

พล.อ.ณพลกล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อพระพุทธศาสนาและคน ไทยที่นับถือศาสนาพุทธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ให้เกิดความกลัวและไม่กล้าที่ จะอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ ขบวนการดังกล่าวยังพยายามจัดตั้ง สหพันธ์อิสลามแห่งเอเชียŽ ขึ้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยได้จัดซื้อที่ดินใกล้วัดพระธรรมกาย จำนวน 90 ไร่ และเมื่อวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2551 มีนัดประชุมรวมกลุ่มของผู้นำทางศาสนาจากตะวันออกกลางและประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนมากเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์ของศาสนาอิสลามในอนาคต

พล.อ.ณพลกล่าวอีกว่า ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวใช้วิธีการรุกพื้นที่ของคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ โดยการซื้อที่ดินบริเวณรอบๆ วัด เพื่อสร้างมัสยิด และกดดันให้คนไทยและคนจีนในพื้นที่ย้ายออกจากพื้นที่ โดยการส่งจดหมายข่มขู่ให้ย้ายออกจากพื้นที่ เช่น ที่วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มีคนไทยพุทธที่เป็นเจ้าของพื้นที่พยายามที่จะขายที่ดินให้กับชาวมุสลิม ซึ่งได้เงินทุนจากตะวันออกกลาง ส่งผลให้พระสงฆ์ที่วัดช้างให้ประมาณ 45 รูปไม่สามารถออกเป็นบิณฑบาตได้

เวลา 09.00 น. ที่สำนักเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ปัตตานี เขต1 คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเดินทางเข้าพบนายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมผู้อำนวยการ สพท.ปัตตานี เขต 1 เขต 2 เขต 3 และประธานศูนย์เครือข่ายคุณภาพการศึกษา ผู้บริหารการศึกษาในจังหวัดปัตตานีเพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการรักษา ความปลอดภัย การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 16 พฤษภาคม รวมทั้งหารือและมอบนโยบายการจัดการศึกษา
คุณหญิงกษมากล่าวว่า ปีนี้มีครูย้ายน้อยมาก ลดลงจากปีที่ผ่านมา จะมีเพียงครูที่ย้ายจากเขตรอบนอกเข้าเขตเมือง แต่ย้ายออกนอกเขต 3 จังหวัดจะลดลง

เวลา 10.00 น. ที่มัสยิดกลาง จ.นราธิวาส เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส นายอาแซ อาแด อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านตะโล๊ะแน็ง หมู่ 4 ต.บางปอ อ.เมืองนราธิวาส นำลูกบ้านซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพื้นที่บ้านตะโล๊ะแน็ง 35 คน เป็นชาย 25 คน และหญิง 10 คน เข้ารายงานตัวกับนายธนน เวชกรกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จากนั้นนายยูโซ๊ะ เจ๊ะกูโน กรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส ทำพิธีถอนซุมเปาะ (คำสาบาน) ให้แก่กลุ่มแนวร่วมดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย

เวลา 11.00 น. ขณะที่ทหารชุดลาดตระเวน ร้อย ร.6033 ฉก.ปัตตานี 23 จำนวน 6 นายเดินลาดตระเวนปากทางเข้าโรงเรียนบ้านตะลูโบะ หมู่ที่ 1 ต.ตะลูโบะ อ.เมืองปัตตานี ริมถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส ได้เกิดระเบิดขึ้นบริเวณที่นั่งใต้ต้นไม้ ทำให้เกิดหลุมกว้าง จากการตรวจสอบพบเศษอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ เศษปูน เชื้อปะทุที่ยังไม่ปะทุ หม้อแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ถ่านไฟฉาย กล่องเหล็กบรรจุวัตถุระเบิดอยู่ในสภาพใช้งาน คาดว่ากลุ่มคนร้ายพยายามลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนก่อนเปิดภาคเรียน ในวันที่ 16 พฤษภาคม แต่ระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่มีผู้บาดเจ็บ

ที่ศาลาการเปรียญวัดเสริมนิมิตร ต.บ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และของพระบรมวงศานุวงศ์ไปวางหน้าหีบศพอาสาสมัครทหารพรานวิษณุ ชูแดง อายุ 29 ปี ชาว อ.คีรีรัฐนิคม สังกัดกองร้อยที่ 8 กรมทหารพรานที่ 45 ที่เสียชีวิตเนื่องจากถูกคนร้ายซุ่มโจมตี จากนั้นนายวินัยมอบเงินช่วยเหลือแก่นายแพร้ว และนางพริ้ง ชูแดง ปู่และย่าของผู้เสียชีวิต

ที่มา:
มติชน

     กราบเรียน รองสมุหราชองครักษ์
     กระผมปรารถนาให้ ท่านรองฯ ขยายผลการเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์  ของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ  ในวันเข้าพรรษา  ณ วัดเทพศิรินทร    วันออกพรรษา ณ วัดชนะสงคราม  และวันวิสาขะบูชา ณ วัดชนะสงคราม    ซึ่งการเสด็จทั้ง ๓ ครั้ง เป็นวันพระ ทั้งสิ้น
     ทราบจากข่าววันนี้ว่า  ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รมต.มหาดไทย มีนโยบาย ให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด  ฟื้นฟูวัฒนธรรมไทย  โดยมีวัฒนธรรมจังหวัด เป็นฝ่ายอำนวยการหลัก  ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับเรื่องศาสนาด้วยหรือไม่
     ถ้าเราไม่อยากสูญเสียเอกราชทางดินแดน ๓-๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้  พุทธศาสนิกชนคนไทย ควรเข้าถึงศาสนา  เช่นเดียวกับคนไทยมุสลิม ที่เขาเคร่งครัดในศาสนาของเขามากๆ  เช่นสุภาพบุรุษ-สุภาพสตรี ไทยมุสลิม  สามรถแต่งกายประจำศาสนามุสลิมได้อย่างเป็นปกติ  และก็เป็นอย่างนี้ทั่วโลกด้วย   พุทธศาสนิกชนคนไทยเรา ที่จะแต่งกายประจำพุทธศาสนาได้ เห็นมีแต่ พระภิกษุสงฆ์  สามเณร และแม่ชี เท่านั้น  จะมีพิเศษบ้างเฉพาะ อุบาสก-อุบาสิกา  ที่ถืออุโบสถศีล ในวันพระ  ซึ่งมีจำนวนน้อยนิด และเป็นบุคคลที่ไม่ได้เป็น ตัวอย่างที่ดี แก่เยาวชนเท่าใดนัก  และให้คุณให้โทษ กับใครไม่ได้อีกแล้ว
     ผมคงเป็นคนเดียวในประเทศไทย  ที่รำร้อง"วันพระ"  อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ช่างว้าเหว่จริงๆ
    ถ้าท่านรองสมุราชองครักษ์  และ รมว.มหาดไทย (โดยผู้ว่าราชการจังหวัด)  สามารถ รณรงค์ "วันพระ" ตั้งแต่บัดนี้  รับรองว่า ไม่มีมุสลิมทีไหนในโลก มาแบ่งแยกดินแดนของประเทศไทยได้เลย  และเมื่อคนไทยสามัคคีกลมเกลียวกันได้   คนไทยที่เป็นนักการเมือง ทั้งในสภา และนอกสภา  คงไม่มานั่งมานอน ทะเลาะกัน ทั้งในสภา และบนถนนสาธารณะเป็นเด็ดขาด

หลายวันแล้วได้ดูทีวี ช่อง Thaibts เรืองรายากูนิง เขาสร้างทำให้เรารู้ว่าจังหวัดปัตตานี เป็นรัฐที่มีผู้หญิงเป็นผู้ปกครอง จึงมีชือว่า ปัตตานี มาจากศัพท์คำว่า ปัตตานิ ซึ่งแปลว่า หญิงเจ้าเรือ หรือว่าแม่หญิง ตามคำของโหราศาสตร์ ก็ดูดี

แต่เมือได้อ่านบทความนี้ เลยคิดว่า การที่เขาเอาเรือง รายากูนิง มาถ่ายทอดให้ดูไม่ทราบว่ามีความมุ่งหมายอย่างไร หรือต้องการจะจัดตังรัฐปัตตานีขึ้นมาใหม่ ตรงกับกระทูนี้.

แสดงความคิดเห็น