เมื่อ วันที่ 19 พ.ค.51 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทเนื่องในวันวิสาขบูชา ความว่า วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา เป็นวันที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน พระองค์ทรงเป็นพระบรมศาสดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณ อันประเสริฐ 3 ประการ คือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณต่อทวยเทพ มวลมนุษย์ และสรรพสัตว์
ฉะนั้น เมื่อวันวิสาขบูชา พุทธศักราช 2551 มาถึง ควรที่เราทั้งหลายจะได้ทำการบูชาและน้อมรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระธรรมและพระอริยสงฆ์ เพื่อน้อมนำมาเป็นที่พึ่งของตนเป็นแนวทางในการปฏิบัติดำเนินชีวิต เพื่อความสวัสดีและความสงบร่มเย็นแก่เพื่อนร่วมโลกสืบไป ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศล อำนวยให้ทุกท่านเจริญสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคลตลอดไปโดยทั่วกัน
วัน เดียวกัน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ผู้ส่งเสริมการจัดงานเนื่องใน วิสาขบูชา ประกอบด้วย พระคณาจารย์13 รูป ฆราวาสผู้มีส่วนร่วมและสนับสนุน 25 ราย และผู้ชนะการประกวดระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาประเภทต่างๆ 60 ราย ณ พระอุโบสถวัดสระเกศ โดยมี นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานจัดงาน ซึ่งภายในพิธีได้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ารับรางวัล อาทิ นายชัชวาล คงอุดม อดีต สว.กทม. โดยเข้ารับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา
สมเด็จ พระพุฒาจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถาว่า อาตมาขอยินดีกับนักเรียนที่ชนะการประกวดทุกคน วันนี้นักเรียนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทุกคนมีความอดทนและบากบั่นจึงทำให้เราฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ มาได้ นักเรียนทุกคนควรภูมิใจว่า เรามีความสามารถ เราแสดงให้อื่นได้รับรู้ถึงความสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และอาตมาขอขอบคุณอธิบดีกรมการศาสนา และผู้ที่ช่วยกันส่งเสริมพระพุทธศาสนาที่ช่วยกันจัดงานอย่างอุตสาหะ พวกท่านจงภูมิใจว่าเราได้ร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา และขอให้ท่านทั้งหลายจงยึดมั่นทำดีต่อไป
ขณะ ที่ บรรยากาศวันวิสาขบูชาในจังหวัดต่างๆ นั้น ที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงรายทั้ง 60 ชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นสาวพรมจรรย์ ต่างพากันแต่งชุดขาวออกมาร่วมกันกวนข้าวทิพย์ หรือข้าวมธุปายาส ที่บริเวณวัดพระสิงห์วรวิหาร(พระอารามหลวง) ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนที่จะนำแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปแบ่งกันนำไปรับประทานเพื่อเป็นสิริ มงคลเนื่องในวันวิสาขบูชาประจำปี 2551 ตามความเชื่อของพุทธประเพณีโบราณที่นางสุชานำมาถวายพระพุทธเจ้าหลังทรงเลิก บำเพ็ญทุกข์กิริยา ก่อนสำเร็จพระอรหันต์
ผู้ สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันวิสาขบูชา กิจกรรมพุทธศาสนาในจ.เชียงราย ยังได้มีการจัดประกวดโต๊ะหมู่บูชา และมีการจัดกิจกรรมฟังธรรมตามวัดต่างๆ พร้อมกันนี้ในช่วงเย็นได้มีกิจกรรมเวียนเทียน ซึ่งได้รับความสนใจจากพุทธศานิกชนจำนวนมาก เนื่องจากขณะนี้ประชาชนได้หันมาพึ่งทางศาสนามากกว่าที่จะพึ่งรัฐบาล
ส่วน ที่วัดเสด็จ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นวัดสำคัญของจังหวัด ซึ่งมีรอยพระพุทธบาทจำลองที่สวยงามประดิษฐานอยู่ นายชัยวัฒน์ ศุภอรรถพานิช นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนชาวกำแพงเพชรกว่า 1,000 คน ได้ไปร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนา เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก ก่อนที่ในช่วงค่ำจะได้ร่วมเวียนเทียนตามประเพณีที่ได้สืบต่อกันมา
สำหรับ การร่วมทำบุญในวันนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า จำนวนพุทธศาสนิกชนชาวกำแพงเพชร ไปทำบุญกับทางวัดลดน้อยลงกว่าในครั้งก่อนๆ ทั้งนี้ จากการสอบถามประชาชนที่ไปร่วมทำบุญกล่าวในทำนองเดียวกันว่า ปีนี้สภาพเศรษฐกิจแย่ลง สิ่งของที่ใช้ทำบุญทุกอย่างแพงขึ้น คนจึงเข้าวัดทำบุญน้อยลง และตระเตรียมของทำบุญน้อยลงด้วย
ที่ หน้าศาลากลางจ.สุรินทร์ นายวันชัย อุดมศิลป์ รองผู้ว่าฯ จ.สุรินทร์ ได้ปล่อยขบวนนักเดิน วิ่ง สมาธิ วิสาขบูชา ถือศีลห้า ลดละเลิกอบายมุข เนื่องในวันวิสาขบูชา โดยจัดเดิน วิ่ง ระยะทางรอบตัวเมืองสุรินทร์ 5 กิโลเมตร จากนั้นมาเข้าเส้นชัยที่วัดศาลาลอย พระอารามหลวง ซึ่งเป็นจุดศูนย์ร่วมในการจัดกิจกรรมปีนี้
ส่วน ที่ จ.นครราชสีมา ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมาร่วมกับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ พร้อมด้วยประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พรภิกษุสงฆ์และสามเณรใน พื้นที่จ.นครราชสีมาจำนวน 199 รูป เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวัน วิสาขบูชา
ที่ จ.ตรัง บรรยากาศการจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ ในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2551 ตามร้านค้าต่างๆ ภายเขตในเทศบาลนครตรัง โดยบรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างซบเซา มีลูกค้าออกมาหาซื้อเครื่องสังฆภัณฑ์น้อยกว่าปีก่อนๆ เนื่องจากประสบกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงระยะนี้ ขณะเดียวกัน เครื่องสังฆภัณฑ์ก็ยังมีการปรับขึ้นราคาจากเดิมอีกชิ้นละ 5-10 บาท ด้วย
น.ส. พรรณทิพย์ สักกะพลางกูล ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ ในตลาดสดเทศบาลนครตรัง กล่าวว่า บรรยากาศการจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ หรือเครื่องสังฆทาน ในช่วงเทศกาลวันวิสาขบูชาปีนี้ เป็นไปอย่างเงียบเหงา ซึ่งไม่คึกคักเหมือนกับปี 2550 ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ยอดการจำหน่ายลดลงกว่า 20% เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีการเก็บออม และมีการประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลกระทบมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ในขณะที่ค่าครองชีพก็ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
ส่วน บรรยากาศวันวิสาขบูชา ที่วัดเมืองยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนในพื้นที่เขตชุมชนเทศบาลนครยะลา ได้ออกมาทำบุญตักบาตตามประเพณีโดยประชาชนส่วนใหญ่จะออกมาตักบาตรที่หน้า บ้านของตนเอง มากกว่าที่จะไปตักบาตรทำบุญกันที่วัดเนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่า นอกจากนี้ตามตลาดย่อยยามเช้าที่ถนนรวมมิตรเขตเทศบาลนครยะลา ได้มีประชาชนที่ไปจับจ่ายซื้ออาหารได้ ซื้ออาหารถวายแก่พระสงฆ์ที่มารอรับบิณฑบาตเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่ในวันนี้จะมีอาหารที่ประชาชนมาถวายมีเป็นจำนวนมากเป็นพิเศษ
ส่วน มาตรการการรักษาความปลอดภัยนั้น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้วางกำลังคุมเข้มในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครยะลาและแหล่งชุมชน โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานกว่า 100 นาย กระจายกำลังเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ภายในเขตเทศบาลนครยะลา ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากเบาะแสว่า กลุ่มก่อความไม่สงบจะลอบเข้ามาก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายในวัน ดังกล่าว
ส่วน ที่บริเวณถนนหนองจิก หน้าโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จ.ปัตตานี นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าฯ จ.ปัตตานี เป็นประธานในพิธีทำบุญใส่บาตร เนื่องในวันวิสาขบูชา โดยมีข้าราชการการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และคณาจารย์เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 1,000 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
วันเดียวกัน นายสุวัฒสัน รักขันโท อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เปิดเผยว่า หลังจากได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องพฤติกรรมดูแลสุขภาพตนเองของพระภิกษุในเขตภาคใต้ตอนบน หนึ่งในโครงการที่ได้รับทุนจากแผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า การทำบุญของพุทธศาสนิกชนไทย มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพของพระภิกษุ และยังพบด้วยว่า พระสงฆ์ร้อยละ 26-38 มีพฤติกรรมการเสพสิ่งเสพติดหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อาทิ พระสงฆ์มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ยังคงสูบบุหรี่ บางรูปรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตตามอลครั้งละ 6 เม็ด ดื่มกาแฟวันละ 8 ถ้วย และดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินกว่า 2 ขวดต่อวันด้วย
นายสุวัฒสัน กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลอีกประการหนึ่ง คือพระสงฆ์ส่วนใหญ่ดื่มน้ำสะอาดไม่ถึงวันละ 6 แก้ว ฉันภัตตาหารที่มีรสจัด หวานจัด มีแป้งและไขมันสูง ทำให้มีอัตราการเจ็บป่วยสูงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังออกกำลังกายน้อย ส่วนใหญ่เป็นการออกกำลังกายตามกิจวัตรของพระสงฆ์เท่านั้น
“การอยู่ในสมณะเพศ อาจจะไม่เหมาะที่จะออกกำลังกายเหมือนคนทั่วๆ ไป แต่ถ้าทำตามกิจวัตรของพระ ก็จะช่วยได้ แต่ส่วนใหญ่มักจะเคยชินกับกิจวัตรประเภท เช้าเอน เพลนอน ฉันบ่าย” นายสุวัฒสัน กล่าว
นพ. อำนาจ ศรีรัตนบรรณ กรรมการแผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม สำนัก 6 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ถ้าไม่อยากเห็นพระภิกษุเจ็บป่วยมากยิ่งขึ้น ชาวพุทธทุกๆ คนต้องร่วมมือกัน อาจจะเริ่มจากแกนนำหลัก 3 ฝ่ายในชุมชน คือวัด โรงเรียน และชาวบ้าน ตั้งกลุ่มขึ้นมา ร่วมมือกันว่า ต่อไปนี้จะใส่บาตรแต่ของที่มีประโยชน์ต่อพระสงฆ์ ไม่ใส่บาตรอาหารที่มีมันจัด เค็มจัด และหวานจัด แต่จะเน้นไปที่อาหารเพื่อสุขภาพ มีผักมากๆ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพระสงฆ์
แสดงความคิดเห็น