วัดไก่เตี้ย กรุงเทพฯ

"วัด ไก่เตี้ย" ตั้งอยู่เลขที่ 11 ถนนสุขาภิบาล หมู่ที่ 2 แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีอาณาเขตที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน 93 ตารางวา

พื้นที่ตั้งวัดไก่เตี้ย ล้อมรอบด้วยคลอง มีคลองบางกอกน้อยอยู่หน้าวัด

วัดไก่เตี้ย สร้างขึ้นปลายสมัยกรุงธนบุรี ราว พ.ศ.2320 โดยเจ้าพระยารัตนาพิพิธ (สนธิ์ สันธิรัตน์)

ต่อมาในปี พ.ศ.2511 ทางวัดมีการสร้างบูรณปฏิสังขรณ์อาคารเสนาสนะในวัดครั้งใหญ่และได้จัดแบบแปลนของวัดใหม่

วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประมาณ พ.ศ.2320 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร ได้ผูกพัทธสีมาอุโบสถหลังใหม่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2514

วัดไก่เตี้ย มีโบราณสถานและโบราณวัตถุ อันทรงคุณค่ามากมาย อาทิ พระพุทธรูปพุทธฉาย หลวงพ่อนวลและหลวงพ่อโต ศาลาการเปรียญ หอระฆัง หอไตร ฌาปนสถาน

นอกจากนี้ ทางวัดไก่เเตี้ย ยังได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม แสะสนับสนุนการศึกษาของชาติ โดยให้ทางราชการสร้างโรงเรียนขึ้นในที่ดินวัด

บรรยากาศภายในวัดไก่เเตี้ย ถึงแม้จะไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวาง แต่บริเวณรอบวัดโดยรวม มีความสะอาดสะอ้าน แลดูเจริญหูเจริญตา ถังขยะจัดตั้งวางอย่างเป็นระเบียบ ศาลาริมน้ำ มีความร่มรื่นเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนคลายอารมณ์

ด้านหน้าทาง เข้าวัด ซึ่งอยู่ติดกับโรงเรียนวัดไก่เตี้ย จะมีความคึกคักในตอนเช้า ช่วงที่มีนักเรียนเดินทางมาโรงเรียนและในช่วงเลิกเรียนที่จะมีร้านค้ามา ตั้งวางขายของ แต่พอพ้นช่วงระยะเวลาดังกล่าว วัดก็จะเงียบสงบเช่นเดิม

และถึงจะมีพ่อค้า-แม่ค้ามาวางขายของหน้าโรงเรียนวัดไก่เตี้ยบ้าง แต่ก็ไม่ได้สร้างความสกปรกเสียหายภายในวัดแต่อย่างใด

สำหรับต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกภายในวัด มีอยู่หลายต้นด้วยกัน สร้างร่มรื่นเย็นสบายบ้างพอสมควร ด้านหลังวัดริมคลอง ยังมีศาลาหลบพักคลายร้อนได้

ส่วนบริเวณด้านหน้าวัด เป็นที่ตั้งของอุโบสถ มีความสวยงามและสะอาดสะอ้าน แสดงให้เห็นถึงการจัดระบบการทำความสะอาดเป็นอย่างดี แต่บริเวณด้านข้างอุโบสถ กลับมีเศษขยะและส่งกลิ่นเหม็น รวมทั้งตามซอกมุมของวัดบางแห่งก็มีเศษสิ่งของสกปรกกองอยู่

ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ ไม่น่ารื่นรมย์แน่

ที่มา:
ข่าวสด

วัดไก่เตี้ยมีประเพณีที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาหลายประเพณีสืบทอดมานานแล้ว ประเพณีโดยทั่วๆไปเช่นทำบุญตักบาตรวันสำคัญๆทางพระพุทธศาสนา เวียนเทียน หรือประเณีลอยกระทง ประเณีสงกรานต์ รดน้ำดำหัว ก่อพระเจดีย์ทราย(ปัจจุบันที่วัดนี้เริ่มหายไป) และที่สำคัญคือประเพณีแห่พระบรมสารีริกธาตุ(ชักพระ)จัดเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่และสืบทอดมาโดยตลอด เป็นศิริมงคลแก่ผู้นับถือศาสนาพุทธทุกคน โดยเฉพาะผู้คนในย่านนี้ จะไปทำงานใกล้-ไกลเพียงใดเมื่อถึงวันชักพระจะต้องมาร่วมงาน คนในชุมชนไม่ว่าจะมีอายุมากเพียงใด ทุกๆปีจะต้องมาร่วมงานบางคนก็เฝ้ารอดูอยู่หน้าบ้าน และจะดีใจมากเมื่อขบวนเรือพระผ่านหน้าบ้าน จะกราบไหว้บูชาด้วยความตั้งใจ สำหรับในบริเวณวัด ชาวบ้านจะนำอาหารคาวหวาน และเครื่องดืม มาร่วมงานเพื่อเลี้ยงทุกๆคนที่มางานชักพระ
ผู้มาร่วมงานทุกคนก็เป็นคนที่มีวัฒนธรรมดีมาก จะต่อแถวเพื่อรับอาหารไม่เบียดเสียด ยื้อแย่งกัน ใครชอบทานอะไรก็ไปต่อแถวที่ร้านนั้นๆ และเมื่อทานเสร็จก็ไม่ทิ้งเศษอาหารจานชามเกลี่อนกลาดจะนำภาชนะใส่อาหารไปทิ้งในจุดที่วัดมีไว้ให้ทิ้งขยะ
50 กว่าปีแล้วค่ะที่ได้ไปกราบไหว้พระธาตุ ที่ได้ไปร่วมงานทุกปีไม่เคยขาด และก็คงจะไปร่วมประเพณีนี้ตลอดไปเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ตลอดไปด้วย.....................................ครูอ้อย..........

แสดงความคิดเห็น