นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน กรณีองค์กรชาวพุทธเรียกร้องให้มีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ...ของกระทรวงมหาดไทย ที่จะไม่ให้ระบุว่าประชาชนนับถือศาสนาอะไรลงในบัตรสมาร์ทการ์ดว่า ได้มอบหมายให้ พศ.พิจารณาว่าการตัดข้อมูลว่าประชาชนนับถือศาสนาอะไรในบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดออกไปมีความจำเป็นหรือไม่ ซึ่งทาง พศ.ได้พิจารณาแล้วไม่เห็นด้วยที่จะตัดออก และโดยส่วนตัวตนก็ไม่เห็นด้วย เพราะการระบุว่านับถือศาสนาอะไรน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าผลเสีย ดังนั้น จะต้องดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ 1.เสนอ ครม.ให้มีการทบทวนมติดังกล่าว และ 2.เมื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จะเสนอขอแปรญัตติได้
ด้าน นายเสถียร วิพรมหา เลขาธิการองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กล่าวว่า วันที่ 10 มิถุนายนนี้ เครือข่ายชาวพุทธรวมทั้งตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) กว่า 100 คน จะรวมตัวกันเพื่อไปยื่นหนังสือเรียกร้องเรื่องนี้ต่อนายกรัฐมนตรี
มีการบัญญ้ติเรื่องนับถือศาสนาในรัฐธรรมนูญ และเ็ป็็นเหตุให้มีการแสดงศาสนาที่นับถือ นั่นเป็นเรื่องจารีตประเพณีที่มีมานาน แต่ในทางปฏิบัติคนที่มีศาสนามีทั้งเดินสายสุดโต่งและสายกลาง นำมาเป็นข้อถกเถียงกันระหว่างศากนิกเดียวกันและต่างกัน จนบางครั้งอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มัการบัญญัติสิทธิของพลเมืองจะนับถือหรือไม่นับถือศาสนาใดก็ได้ เพราะคนที่เขาต้องการอยู่อย่างสันติ เกิดจากความรู้สึกถูกและผิดมากกว่า ซึ่งมีมาก่อนศาสนาเสียอีก จนศาสดาบางองค์ตรัสว่า แม้พระองค์จะเสด็จมาจุติเป็นศาสดาแล้วด็ตาม สิ่งนั้น ๆ มีอยู่ก่อนแล้ว หาใช่พระองค์ทรงบัญัติขึ้นเองไม่ แต่พระองค์ทรงชี้แนะ ทรงแจกแจงแสดงธรรมให้เห็นชัดเจนขึ้นเท่านั้นเอง ดังนั้นหากจะมีใจกว้าง เราจะถูกบังคับให้แสดงตัวว่าเป็นศาสกนิกใดด้วยหรือ ? แน่นอนสิ่งนี้เป็นดาบสองคม อาจจะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แม้แต่ศาสกนิกเดียวกัน ก็ยังแตกแยกความคิดและการปฏิบัติเป็นนิกายที่ต่างกัน ในบางประเทศเขาบัญญัติเสรีภาพในการนับถือหรือไม่นับถือศาสนาใด ๆ เพราะเป็นสิทธิขั้นพิ้นฐานด้านมนุษยชน และอาจจะเป็นภูมิคุ้มกันความปลอดภัยของพลเมืองนั้นเอง ดังนั้นการระบุว่าบุคคลนั้นต้องแสดงข้อมูลว่านับถือศาสนาใด ในบัตรประจำตัวประชาชน เป็นสิ่งที่ควรกระทำกระนั้นหรือ เราไปดูรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา ว่าเด้วยสิทธิในการนับถือศาสนาว่าเขามีสภาพบังคับด้วยหรือ ดังนี้
The following are the Amendments to the Constitution. The first ten Amendments collectively are commonly known as the Bill of Rights
Amendment 1 - Freedom of Religion, Press, Expression. Ratified 12/15/1791.
Congress shall make no law respecting an establishment of religion, or prohibiting the free exercise thereof; or abridging the freedom of speech, or of the press; or the right of the people peaceably to assemble, and to petition the Government for a redress of grievances.
บทบัญญัตินี้แสดงได้ชัดเจนว่า ห้ามรัฐสภาตรากฎหมายให้พลเรือนต้องนับถือศาสนา ประชาชนพลเมืองมีอิสระที่จะนับถือหรือไม่นับถือศานาใด ๆ ก็ได้ นั่นแหละเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่แท้จริงของประชาชน เพราะศาสนาอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง ดังนั้นศาสนาอาจจะไม่ช่วยให้โลกมีสันติสุข ผู้นำประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย แสดงตนเป็นศากนิกอย่างเปิดเผย แต่มีความประพฤติยิ่งกว่าคนป่าเถือน เอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างบ้าคลั่ง ตลบแตลง หลงเหลิงในเกียรติ กาม โกง สาวกศาสดาทั้งหลายมีการกินดีอยู่ดีกว่าศาสดา ไม่สามารถเป็นผู้ช่วยด้านจิตวิญญาณได้อย่างแท้จริง เหล่านี้เป็นเหตุให้พลเมืองต่าง ๆ เสื่อมสิ้นศรัทธาธรรม ศาสกนิกต่าง ๆ แย่งลักตัว เรียกค่าไถ่ ฆ่าฟันกัน เขาอ้างศาสนาบังหน้า จริง ๆ แล้วจริยธรรม ความรู้สึกผิดชอบ ควรหรือไม่ควร เป็นสิ่งที่มีมาก่อนศาสนา จึงไม่อยากเห็นคนบางกลุ่มอ้างศาสนาบังหน้า อ้างความจำเป็นศาสนา การอ้างศาสนาสอนให้คนรู้จักสิ่งที่ดีชั่ว ่หามีประโยชน์อันใดไม่ หากเขาขาดจิตสำนึกที่ดี และการปฏิบัติตัวให้เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษย์ อยากเห็นชาวบ้าน ชาววัดทำหน้าที่ที่ดีของตน แทนที่จะไปก้าวก่ายเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ตน และอย่าคิดว่าความเห็นของคน ๆ เดียว หรือกลุ่มหนึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อาจจะเป็นการเดินตึงสุดโต่งก็ได้
จาก คนไทยตัวเล็ก ๆ
การที่บอกในบัตรว่าเป็นคนศาสนาใหน ดีมากเพราะจะทำให้เรารู้ว่านับถือศาสนาอะไร เป็นการประกาศตนและเชิดชูว่าตนนั้นนับถือศาสนาอะไร
แสดงความคิดเห็น