ภูเขาหลง ตั้งอยู่ที่หมู่ ๖ ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา สภาพภูเขาหลงมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีต้นไม้นานาชนิด และเมื่อขึ้นไปถึงยอดภูเขาหลงแล้วก็จะมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นทะเลสาบสงขลา และตำบลรอบๆ ได้อย่างชัดเจน
มีอาคารปฏิบัติธรรม ๒ หลัง ซึ่งสามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้ ๘๐๐-๑,๐๐๐ คน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ที่นับถือศาสนาพุทธมาปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกเดือน
นอกจากนี้แล้ว ส่วนราชการทั้งภายใน จ.สงขลา และต่างจังหวัด ก็ใช้ภูเขาหลงเป็นสถานที่ฝึกอบรมสัมมนาต่างๆ เป็นประจำ โดยการนำของ พระราชพิพัฒนาภรณ์ (ผัน ปสนฺโน) เจ้าอาวาสวัดทรายขาว เจ้าคณะอำเภอเมืองสงขลา
ท่าน เจ้าคุณผัน มีประวัติการทำงานที่ดีเด่น ได้รับมอบหมายด้วยความเชื่อถือไว้วางใจ ให้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญโดยตลอด ท่านสามารถเป็นผู้นำในการทำงานหลายๆ ด้าน ไปพร้อมกัน ในขณะที่ดำเนินงานพัฒนาชุมชน ก็พัฒนาวัดและเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปพร้อมๆ กัน
ในด้านงานเผยแผ่พระพุทธศาสนามีการอบรมธรรมแก่พระภิกษุสามเณรทุกวันธรรมสวนะ และวันอุโบสถ
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นหนึ่งในสุดยอดพระเกจิชื่อดังของภาคใต้ ในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรายการสำคัญๆ จะมีนามของท่านปรากฏอยู่ตลอด
มี การอบรมศีลธรรมแก่พุทธศาสนิกชนทุกวันธรรมสวนะ มีผู้รักษาศีลฟังธรรมที่วัดตลอดปี จำนวน ๕๐-๑๐๐ คน เป็นวิทยากรอบรมธรรมแก่พุทธศาสนิกชน ทั้งที่ภูเขาหลง และนอกสถานที่ รวมถึงในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง ศรีลังกา ลาว และสหรัฐอเมริกา
รวมทั้งชักชวนชาวต่างประเทศเข้ามาบรรพชาอุปสมบท ณ วัดทรายขาว เป็นประจำทุกปี ที่สำคัญคือ ในปี ๒๕๔๗ ท่านยังดำเนินการจัดสร้าง วัดไทยในเกาะลังกาวี รัฐเกดาห์ ประเทศมาเลเซีย ชื่อว่า วัดไทยลังกาวีวนาราม มีพื้นที่จำนวน ๑๒ ไร่ สำหรับเป็นสถานที่บำเพ็ญศาสนกิจ และเผยแผ่ธรรมในต่างแดน รวมทั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วยตนเอง
นอกจากการพัฒนาเด็กและเยาวชนในด้านการศึกษาแล้ว ท่านยังมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะอบรมบ่มเพาะศีลธรรมคุณธรรมขึ้นในจิตใจให้ พวกเขาอีกด้วย ดังเช่นการเปิดแผนกธรรมศึกษาให้นักเรียน นักศึกษา ได้เรียนและฝึกปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง และการจัดกิจกรรมอบรมให้แก่เด็กและเยาวชนในวาระต่างๆ อยู่เป็นประจำ เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษา คุณธรรม จริยธรรมของพวกเขาให้สูงขึ้น
ดังจะเห็นได้ว่า ท่านเป็นแกนนำหลักในการพัฒนาโรงเรียนวัดทรายขาว ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนของเด็กในชุมชนทุ่งหวัง ให้มีความพร้อมสำหรับการเรียนการสอน
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการสำคัญอีกโครงการหนึ่ง ที่ท่านเจ้าคุณผันจัดขึ้นทุกปี ณ วัดทรายขาว โดยท่านเป็นผู้อำนวยการโครงการเอง ได้แก่ โครงการอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน ซึ่งเป็นโครงการอบรมความรู้ด้านศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม มารยาททางสังคม และความรู้วิชาสามัญ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย เพื่อเยาวชนที่เข้าโครงการจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และสังคม สามารถนำความรู้ประสบการณ์ และทักษะที่ได้รับไปใช้ให้เกิดคุณประโยชน์ต่อตัวเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม
ที่สำคัญสุดก็คือ สามารถนำตนเองให้พ้นจากการเป็นผู้สร้างปัญหาสังคมหรือผู้ตกเป็นเหยื่อของปัญหา และกระแสสังคมที่รุนแรง
ในเรื่องการพัฒนาจิตใจของผู้คนให้ยึดมั่นในศีลธรรม ท่านมิได้เมตตาดำเนินการให้เฉพาะประชาชนใน ต.ทุ่งหวัง เท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ความเมตตาขยายออกไปสู่ประชาชนต่างพื้นที่ด้วย ตัวอย่างเช่น ท่านเปิดโอกาสให้ประชาชนใน ต.ทุ่งหวัง และประชาชนต่างพื้นที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา หรือเข้าร่วมฝึกอบรมปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานที่วัดทรายขาว และศูนย์ปฏิบัติธรรมภูเขาหลงของท่านได้โดยทัดเทียมกัน
จึงปรากฏว่า มีประชาชนที่เป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่อยู่ห่างไกลมาร่วมกิจกรรม ร่วมโครงการต่างๆ ทางศาสนา เช่น การบรรพชา อุปสมบท การฝึกอบรมธรรม และการฝึกปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน ณ สถานที่ทั้ง ๒ แห่ง จำนวนมากในแต่ละปี
อย่างไรก็ตาม ท่านเป็นแกนนำหลักสำคัญทำให้พื้นที่ของชุมชน ต.ทุ่งหวัง ได้รับการพัฒนาอย่างกว้างขวางทุกด้าน ทั้งด้านศาสนา ด้านสาธารณประโยชน์ ด้านแหล่งน้ำการเกษตร ด้านสาธารณูปโภค ด้านการศึกษา ทำให้ประชาชนได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม มีมาตรฐานความเป็นอยู่สูงขึ้น
ทำให้ชุมชน ต.ทุ่งหวัง เติบใหญ่อย่างมั่นคง ตลอดระยะเวลากว่า ๕๐ ปี และเมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้งก็จะต้องยอมรับว่าการดำเนินงานของท่านสอด คล้องอย่างยิ่งกับปรัชญา ทฤษฎี และหลักการพัฒนาชุมชน จนสามารถยกย่องให้เป็นบุคคลที่มีผลงานทางวิชาการด้านการพัฒนาชุมชนดีเด่น
พ.ศ.๒๕๓๕ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงพระกรุณาประทานเกียรติบัตรในฐานะที่ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ในด้านส่งเสริมผู้ปฏิบัติธรรม
พร้อมรับเกียรติบัตร และเสมาธรรมจักร สาขาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ชาติภูมิ
ผัน ทองอร่าม เป็นชื่อและสกุลเดิมของ พระราชพิพัฒนาภรณ์ ฉายา ปสนฺโน หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่อผัน อายุ ๗๓ ปี พรรษา ๕๓ เป็นบุตรของนายแอ กับนางเขียว ทองอร่าม เกิดเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๖ ณ บ้านเลขที่ ๕๘ หมู่ ๖ ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา
อุปสมบท วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๙๗ ณ วัดทรายขาว ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา โดยมีพระอธิการอ่อน จนฺทสุวณฺโณ วัดทุ่งหวังใน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสุภรธรรมนิวิฏฐ์ วัดทุ่งหวังนอก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการอั้น ยสินฺธโร วัดทรายขาว เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ประวัติการศึกษา พ.ศ.๒๔๙๐ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดทรายขาว พ.ศ.๒๕๐๓ สอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดเลียบ อ.เมือง จ.สงขลา สอบได้เปรียญธรรม ประโยค ๑-๒ จากสำนักเรียนวัดคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง
พ.ศ.๒๕๔๐ รับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะสังคมศาสตร์ (พธ.ม.)
สมณศักดิ์ พ.ศ.๒๕๑๐ เป็นพระใบฎีกา ในฐานานุกรมของ พระญาณโมลี (ประณีต ฐิตธมฺโม) รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูประภัสร์ธรรมคุณ พ.ศ.๒๕๓๒ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม พ.ศ.๒๕๓๙ ในมหามงคลชัยพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนาม พระพิศาลพิพัฒนพิธาน
พ.ศ.๒๕๔๙ ในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนาม พระราชพิพัฒนาภรณ์
ปัจจุบันนี้ ท่านเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองสงขลา และเจ้าอาวาสวัดทรายขาว ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา
แสดงความคิดเห็น