เร่งสรุปครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลใหม่ทั้งหมด

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการหาแนวทางรับรองสถานภาพให้กับครูในส่วนที่เป็นฆราวาสของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ให้มีสถานภาพเป็นพนักงานศาสนการ ว่า ขณะนี้ทางกองพุทธศาสนศึกษา กำลังเร่งดำเนินการสำรวจข้อมูลครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ ทั่วประเทศ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลใหม่ โดยจะเป็นการสำรวจข้อมูลรายบุคคลทั้งหมด เช่น วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็จะต้องดูข้อมูลของแต่ละโรงเรียนด้วยว่า มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด เพราะเมื่อครูบางคนหากได้รับการรับรองสถานภาพเป็นพนักงานศาสนการแล้วอาจจะต้องย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่นก็ได้ ทั้งนี้สาเหตุที่จะต้องจัดทำฐานข้อมูลใหม่ทั้งหมด เพื่อต้องการความชัดเจนว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าไร โดยตนได้กำชับให้เร่งสำรวจข้อมูลให้เสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนจำนวนของครูที่จะได้รับการรับรองสถานภาพให้เป็นพนักงานศาสนการในรอบแรก จะมีจำนวนเท่าใดนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องรอการสำรวจข้อมูลก่อน อย่างไรก็ตาม การจะรับรองสถานภาพให้กับครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ โดยข้อเท็จจริงแล้ว สามารถที่จะรับรองสถานภาพได้ทุกคน แต่เมื่อรับรองสถานภาพเป็นพนักงานศาสนการแล้วจะได้รับสวัสดิการต่างๆ ในลักษณะเดียวกับข้าราชการ ทำให้จะต้องใช้งบจำนวนมาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องดูข้อมูลเป็นรายบุคคลว่าจะรับรองสถานภาพให้กับคนใดบ้าง ทั้งนี้ จะเน้นที่อายุงานและประสบการณ์เป็นหลัก

นายนพรัตน์ กล่าวด้วยว่า การที่สำนักพุทธฯ ใช้วิธีการรับรองสถานภาพครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ ให้เป็นพนักงานศาสนการ เพราะหากจะขอรับรองสถานภาพโดยอาศัย พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน จะต้องนำเรื่องเข้าเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหากครม.อนุมัติอัตรา ก็จะต้องมีการเปิดสอบ ซึ่งก็ไม่แน่นอนว่าครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ จะสอบได้หรือไม่ แต่หากเป็นพนักงานศาสนการแล้ว จะเป็นพนักงานในกำกับของสำนักพุทธฯ โดยที่สำนักพุทธฯ มีกฎหมายกำกับอยู่แล้ว อีกทั้งจะทำให้เกิดความยืดหยุ่นมากกว่า และจะทำให้ไม่ต้องของบฯสนับสนุนจากรัฐมาก

ที่มา:
ข่าวสด

ถ้าทำได้ถือว่าดีมาก เพราะทุกคนก็หวังความเจริญก้าวหน้าในชีวิต คนดีมีความสามารถในโรงเรียนพระปริยัติมีมาก แต่เมื่อเข้าสามารถสอบผ่านในหน่วยงานต่างๆ ก็ต้องทิ้งโรงเรียนพระปริยัติไปทำงานในส่วนที่เห็นว่าดีกว่า โรงเรียนจึงเกิดปัญหาขาดบุคลกรทางการศึกษา เพราะต้องเปลี่ยนครูผู้สอนอยู่ตลอดทำให้การเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง

การที่จะบรรจุให้ครูโรงเรียนพระปริยัติเป็นเรื่องควรอย่างยิ่ง เป็นการให้โอกาสคนดีมีความสามารถได้ทำงานให้กับพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ ขออนุโมทนา

ครูที่ตั้งใจทำงานมีเยอะ แต่ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ถ้าเรื่องนี้ทำได้จริงก็จะเป็นผลดีกับครูทุกท่านขอให้พูดจริงทำจริง

เห็นด้วยนะครับ เพราะเคยทำงานที่นั่นมาก่อน...บุคลากรเก่งๆ ที่ผ่านการอบรมมาอย่างช่ำชองแล้วและมีความสามารถเฉพาะด้านสูง พอสอบบรรจุที่อื่นได้ เขาก็ไป ปล่อยทิ้งปริยัติไว้เป็นทางผ่าน..สิ้นเปลืองงบประมาณอบรมบุคลากรเหล่านั้นเสียเปล่า..แทนที่จะช่วยสร้างศาสนทายาทที่ดีไว้กลับเป็นระบอบสมองไหลไปซะงั้น..เห็นด้วยครับที่ครูจะได้อยู่ตลอดไปจนเกษียณอายุราชการเลย...ใครทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงได้..ผมว่า ได้รับผลบุญไปเป็นร้อยชาติเลยทีเดียวครับ

เรื่องสถานะภาพของครูสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา เป็นเรื่องที่ดี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจสำหรับครูผู้ทำหน้าที่สอน เพราะว่า โดยทั่วไปสถานภาพของครูที่มาสอน จะเป็นครูสอนเพื่อรอสอบบรรจุไปสังกัดของ หน่วยงานอื่นๆๆ มากกว่า ที่จะทำงานในระบบนี้จนตลอดชีวิต

ดี และควรทำ ตั้งนาน และที่สำคัญ อย่าใช้ทฤษฏีแห่งความคาดหวัง เพื่อให้บุคลากรเชื่อให้มาก
และอย่าหวานยาหอม จนเกิดไป เหมือนกับคณะบริหารชุดก่อนๆ

แสดงความคิดเห็น