นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า รัฐบาลเห็นชอบสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้กับโครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธ ศาสนาวันอาทิตย์ จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยพระสงฆ์เห็นความสำคัญ จึงทำให้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่เป็นทุนเดิมของสังคมไทย ได้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้หลักศีลธรรมของคนไทยในชุมชนทั่วประเทศ ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคคณะสงฆ์ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด/ตำบล ทั้งนี้ โครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นโครงการสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมทั้งระบบ ด้วยมิติศาสนาพัฒนาด้านจิตใจ ด้านศีลธรรม เพื่อให้เป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ภาพลักษณ์ใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยและเป็นโครงการที่นำเด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าวัดตามประเพณีอันดีงาม พร้อมกับได้เรียนรู้หลักธรรมนำพาความสงบสุขให้กับคนไทยในสังคม มีการจัดการเรียนการสอนหลักธรรมในพระพุทธศาสนาและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง กับความถนัดของเด็กเยาวชนและบุคคลทั่วไป มีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 75 แห่ง ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพทุกจังหวัด
อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า ในปี 2552 รัฐบาลเห็นความสำคัญและประโยชน์จากการใช้คุณธรรมนำความรู้ พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ ได้สนับสนุนงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนาดำเนินการจากงบประมาณปี 2551 จำนวน 67 ล้านบาทเศษ และในปีงบประมาณ 2552 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 90 ล้านบาทเศษ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา เนื่องจากเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ก่อให้เกิดการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยในปี 2551 มีจำนวนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 2,000 กว่าศูนย์ และในปี 2552 เพิ่มขึ้นอีกเป็น 3,000 กว่าศูนย์ เพราะเป็นโครงการที่ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด ด้วยการสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเอกชนที่ได้เข้าร่วมกับพระสงฆ์ในการจัดการศึกษาสงเคราะห์นอกระบบ โรงเรียนให้กับการศึกษาอบรมประชาชน กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน ที่กำลังอยู่ในวัยแห่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เกิดความรู้คู่คุณธรรมอย่างแท้จริง ถือเป็นเรื่องสำคัญของชาติ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลและอธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ที่ตระหนักมองเห็นความสำคัญและคุณค่าของศูนย์พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ แต่อยากจะขอฝากให้ตรวจสอบผลการดำเนินงานของแต่ละศูนย์ฯที่มีอยู่ในปัจจุบันว่ามีความโปร่งใสมากน้อยประการใด ภาครัฐเพิ่มเงินสนับสุนแต่ละศูนย์ฯแล้วแต่ทำไมครูผู้สอน นักเรียนที่เรียนในแต่ละศูนย์ฯทำไมไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนสนับสนุนบ้าง หรือบางศูนย์ฯได้รับเงินค่าตอบแทนสนับสนุนก็ได้รับไม่เต็มที่ตามจำนวน ไม่รู้ว่าทางกรมการศาสนาใช้อะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดสรรเงินค่าตอบแทนสนับสนุนให้แต่ละศูนย์ฯ โดยเฉพาะปีงบประมาณ 2551นี้ ทางกรมการศาสนาเสนอของบประมาณเพิ่มและได้แจ้งรายละเอียดการของบประมาณว่า จะให้เป็นค่าตอบแทนครูผู้สอนรูป/คนละ 4,000.-บาท ผู้เรียนจะได้รับเป็นทุนการศึกษาคนละ 500.-บาท และเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนศูนย์ละ 4,000.-บาท อยากทราว่าในปีงบประมาณ 2551นี้แต่ละศูนย์ฯจะได้เงินสนับสนุนตามที่แจ้งรายละเอียดการของบประมาณจากทางรัฐบาลดังกล่าวหรือไม่ และอีกเรื่องหนึ่งในแต่ละปีทางคณะสงฆ์จะเป็นผู้รวบรวบรายชื่อผู้เรียนแต่ละศูนย์ฯ(สำนักเรียน)ในเขตที่รับผิดชอบเพื่อส่งเข้าสอบรับใบประกาศนียบัตรของแม่กองธรรมสนามหลวง ซึ่งในส่วนนี้ทางคณะสงฆ์ก็จะได้รับเงินสนับสนุนจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีกทางหนึ่ง แต่เท่าที่ทราบข่าวมาทางคณะสงฆ์ไม่เห็นจะนำเงินสนับสนุนมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้แก่ครูผู้สอนและผู้เรียนบ้าง ทางคณะสงฆ์ก็ไม่เคยแจ้งให้ทราบบ้าง เห็นทำเงียบเฉยทุกๆปี แต่ขอโทษสำหรับคณะสงฆ์บางสำนักที่มีการทำงานที่โปร่งใสก็ขอให้ปฏิบัติหน้าที่นั้นตลอดไป จึงอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งภาครัฐและภาคสงฆ์ทีมีส่วนดูแลรับผิดชอบได้เข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานของศูนย์พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศด้วย
แสดงความคิดเห็น