"พุทธะน้อย” กลับเข้าป่าบำเพ็ญฌานอีกครั้ง


ราม บาหุดูร์ บัมจาน ในการออกมาปรากฎตัวต่อสาธารณชนล่าสุด

เอเอฟพี – เด็กหนุ่มชาวเนปาล ที่ชาวบ้านผู้เลื่อมใสเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิดได้เดิน ทางกลับเข้าป่า เพื่อบำเพ็ญฌานตามลำพังแล้ว ขณะที่นักวิชาการต่างยังตั้งข้อสงสัยถึงคำกล่าวอ้างของบรรดาผู้สนับสนุนพุทธะน้อยนี้

ราม บาหุดูร์ บัมจาน หรือที่รู้จักกันในนาม “บุดดาบอย” วัย 18 ปี มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในปี 2005 หลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนอ้างว่าเขาบำเพ็ญฌาน สงบนิ่งมิได้เคลื่อนไหวใดๆ เป็นเวลาหลายเดือน โดยไม่ได้ดื่มน้ำ กินอาหาร หรือนอนหลับ

โกบินดา คุชวาหา เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นนีจกาด เมืองเล็กๆ ในเขตบารา ห่างจากเมืองกาฐมาณฑุไปทางใต้ 60 กิโลเมตร เผยว่า “บัมจานเดินทางกลับเข้าป่าไปแล้วกลางดึกคืนวันศุกร์ (21) ที่ผ่านมา และผู้เลื่อมใสศรัทธาทั้งหมดก็กลับกันไปแล้ว”

บุดดาบอยปรากฏตัวอีกครั้งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มผู้สนับสนุนเคยบอกไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2007 ว่า เขากำลังจะไปบำเพ็ญฌานในบังเกอร์ใต้ดิน เป็นเวลา 3 ปี แม้ว่าจะมีคนพบเห็นเขาถึง 2 ครั้ง โดยตลอด 10 วันที่ผ่านมา เขาได้ให้ศีลให้พรแก่ผู้มาเฝ้าชมบารมีนับหมื่นคนในแต่ละวันกลางป่าทึบใกล้ เมืองนีจกาด

ด้าน มาฮิสวอร์ ราช บัชราชาร์ยา ประธานสภาพระพุทธศาสนา ศูนย์กลางการศึกษา และวิจัยของชาวพุทธในกรุงกาฐมาณฑุ แย้งว่า คำกล่าวอ้างของบรรดาผู้สนับสนุนบัมจาน ที่ว่าเขาเป็นเจ้าชายสิทธัตถะกลับชาติมาเกิดนั้นไม่น่าเชื่อถือแต่อย่างใด

“เราไม่เชื่อว่าเขาเป็นพระพุทธเจ้า เขาไม่มีคุณสมบัติของพระพุทธองค์ เขาอาจบรรลุการบำเพ็ญฌานขั้นสูงสุด แต่เพียงแค่นั้นไม่ได้ทำให้เขาเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าต้องมีประสบการณ์ชีวิต เด็กหนุ่ม ซึ่งยังไม่ได้เห็นโลกทั้งหมด ไม่สามารถเป็นพระพุทธเจ้าได้” บัชราชาร์ยากล่าว

ส่วน หัวหน้าคณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้จัดเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับบัมจานยังคงอ้างต่อไปว่า เขาสามารถมีชีวิตอยู่ โดยไม่ได้รับอาหาร และน้ำแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ทีมงานสถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศสเคยถ่ายภาพบัมจานกำลังกินผลไม้ และนักข่าวของเอเอฟพีก็เคยจับได้ว่าเขาแอบงีบหลับด้วย

     "พุทธะน้อย” กลับเข้าป่าบำเพ็ญฌานอีกครั้ง
     บุดดาบอย เด็กหนุ่มชาวเนปาลผู้เก่งในฌาน  หวังว่าพุทธศาสนิกชนคนไทย คงไม่ตื่นข่าวมงคลชิ้นนี้
     มีผู้วิจัยว่า คนไทย กับคนอินเดียมีสรีระเหมาะกับการนั่งสมาธิมากกว่าชาติใดๆในโลก  คนชาติอื่นแม้จะนับถือพุทธศาสนา เมื่อสรีระไม่อำนวยต่อการนั่งสมาธิ จะหันไปนิยมทางสุตมยปัญญา(ฟัง) กับจินตมยปัญญา(พิจารณา)  ส่วนภาวนามยปัญญา(การบำเพ็ญเพียรทางจิต) สู้คนไทย กับคนอินเดียไม่ได้
     อกาลิโก หมายถึงไม่มีกาลเวลา  ปัจจัตตัง หมายถึงใครทำใครได้ (อยู่ในบทสวดพระธรรมคุณ)  ผู้ปฏิบัติถึงขั้นบำเพ็ญเพียรทางจิต จะได้รับประโยชน์ถึง ๒ ทาง คือมีโอกาสเห็นการทำงานของจิตโดยตรงขณะนั่งสมาธิ(เมื่อมีประสบการณ์มากพอ)  เมื่อกายจิตสงบ ย่อมพิจารณาจิต ธรรมที่ยากๆชัดเจนขึ้น เห็นไตรลักษณ์เป็นปกติ  และเข้าใจ เข้าถึงธรรมะที่ลึกซึ้งจากธรรมบรรยาย ของคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางธรรมให้ตนเอง และผู้เกี่ยวข้องด้วย
     มหาเถรสมาคม สมควรจัดให้มีกิจกรรม หรือการแข่งขันการนั่งสมาธิ ระดับนักเรียน นักศึกษา จากประสบการณ์ พบว่าเด็กนักเรียนชั้นประถม มัธยมต้นๆ นอกจากนั่งสมาธิ๒ ชั้นเก่งแล้ว  หลายคนสามารถนั่งสมาธิเพชรได้ด้วย  สมาธิเพชรถือเป็นท่านั่งที่ยากที่สุด แต่ถ้ารู้เทคนิคการกำหนดเวทนา และใจสู้เสียอย่าง ท่านี้เหมือนเพชรล้ำค่า ที่ควรหวงแหนรักษาทนุถนอมมิให้ขาด  แล้วจะสามารถพิสูจน์สมถะ-วิปัสสนา ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ และนำมาเผยแผ่ว่าเป็นจริงหรือไม่  ยิ่งมีพระ ฆารวาสที่ขยายธรรมะในพระไตรปิฎกที่เข้าใจยากๆ ให้เข้าใจแบบไทยๆแล้ว พร้อมมีเหตุมีผลประกอบ จะทำให้เข้าใจพระไตรปิฎกลึกซึ้งขึ้น ว่าคำสอนพระพุทธองค์ส่วนใดเป็นบุคคลาธิษฐาน ส่วนใดเป็นธรรมาธิษฐาน โดยมิต้องไปโต้แย้งถกเถียงเอาแพ้ เอาชนะแต่ประการใด
     กรณีบุดดาบอย คงเป็นกรณีตัวอย่างของ"วิถีพราหมณ์-ฮินดูเท่านั้น มิใช่"วิถีพุทธ" ดังที่คนต่างชาติเข้าใจ  การแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์มิใช่วิสัยพุทธ ตามธรรมวินัยเด็ดขาด พุทธะย่อมชี้ทางพ้นทุกข์ไปสู่ความสุขให้ปวงเวไนยสัตว์ มากกว่าให้คนหลงติดงมงายกับสิ่งไร้สาระ หรือขวางกั้นสิ่งที่ดีกว่า
     พุทธะ ย่อมหมายถึง ผู้รู้ - รู้ในอริยสัจจ์๔    ผู้ตื่น - ตื่นในความมีสติสัมปชัญญะ    และผู้เบิกบาน - เบิกบานในความสุขจากความสะอาด(ศีล) สงบ(สมาธิ) สว่าง(ปัญญา)  พุทธะ ย่อมเป็นผู้เปิดเผย มิต้องปกปิดอำพรางตัวแต่ประการใด

แสดงความคิดเห็น