ฉลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์อุณาโลมหลวงพ่อโต

เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงฯ เปิดให้ตรวจสอบอุณาโลม ก่อนจะมีพระราชพิธีอัญเชิญติดที่พระนลาฏหลวงพ่อโต หลังบูรณะปิดทองอร่ามทั้งองค์ กรมศิลปากรยันเป็นของแท้เก่าแก่ อีกทั้งเป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์เป็นมงคล

วันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ พระราชรัตนวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้ชมความงามของอุณาโลม หลวงพ่อโต ณ กุฏิเจ้าอาวาส โดยมีนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเอนก สีหามาตย์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา นางณัฐภัทร จันทวิช อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา ตัวแทนทหาร ตำรวจ พี่น้องประชาชน ร่วมกันตรวจสอบอุณาโลมที่ทำจากแผ่นทองคำและอัญมณีหลากสี

อุณาโลมหลวงพ่อโตดังกล่าวเป็นของโบราณ เดิมเคยประดิษฐานที่พระนลาฏ (หน้าผาก) หลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก ที่เป็นพระเก่าแก่ มีมาก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา วัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งก่อนหน้านี้ทางวัดได้นำลงมาเก็บรักษาอย่างดี ระหว่างการบูรณะองค์หลวงพ่อโตด้วยการปิดทองคำทั้งองค์

ล่าสุด คณะกรรมการได้ให้นายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของร้านเพชรชื่อดัง "เจม พีส บาย" นำอัญมณีเป็นพลอยแท้ที่เจียระไนอย่างสวยงามตามแบบโบราณ มาซ่อมแซมลงในอุณาโลมตรงจุดที่อัญมณีหลุดไปตามกาลเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรยืนยันเป็นอุณาโลมของแท้

พระราชรัตนวราภรณ์แจ้งว่า วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา 16.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงอัญเชิญอุณาโลมขึ้นประดิษฐานยังพระนลาฏหลวงพ่อโต

สำหรับพระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิงฯ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้างประมาณ 20 เมตร สูง 19 เมตร เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไปมาแต่โบราณกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวไทยและชาวจีน ซึ่งขนานนามหลวงพ่อโตองค์นี้ว่า "ซำปอกง"

ตามตำนานการสร้างวัดพนัญเชิงฯ กล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้งพระมหากษัตริย์กรุงอโยธยาทรงสร้างขึ้น บริเวณที่พระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก และตามพงศาวดารกล่าวว่า พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.1867 ก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี 26 ปี ครั้นสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแล้ว พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาได้บูรณะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีมาโดยตลอด

กล่าวกันว่าเมื่อคราวจะเสียกรุงศรีอยุธยา ได้ปรากฏมีน้ำพระเนตรไหลออกมาจากพระเนตรทั้งสองข้างของหลวงพ่อโต และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบูรณะองค์พระพุทธรูปใหม่ทั้งองค์ และบูรณะพระอุณาโลมด้วย จากนั้นถวายพระนามว่า "พระพุทธไตรรัตนนายก".

ที่มา: 
ไทยโพสต์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

  • ที่อยู่เว็บและอีเมลจะเปลี่ยนเป็นลิงก์ให้อัตโนมัติ
  • Allowed HTML tags: <p><a><u><i><b> <em><strike><img> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd><blockquote><div>
  • ขึ้นบรรทัดและจัดย่อหน้าให้อัตโนมัติ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ารูปแบบอินพุต