พระเทพสังวรญาณ (หลวงตาพวง สุขินทริโย) ปทุมธานี มรณภาพแล้ว

พระเทพสังวรญาณ (หลวงตาพวง สุขินทริโย) เกจิดังยโสธร มรณภาพ (2/4/2009)
หลวงตาพวง สุขินทริโย พระเกจิชื่อดังของจังหวัดยโสธร มรณภาพแล้ว หลังเข้ารักษาอาการอาพาธล่าสุดที่โรงพยาบาลยโสธร (2 เม.ย.2552)
นายแพทย์อดิเกียรติ เอี่ยมวรนิรันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยโสธร แถลงว่า พระเทพสังวรญาณ หรือ หลวงตาพวง สุขินทริโย พระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวยโสธรและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ได้มรณภาพ เมื่อเวลา 11.52 น. วันนี้ หลังจากที่มีอาการอาพาธด้วยโรคปอดบวมและติดเชื้อในกระแสโลหิต เนื่องจากมีภูมิต้านทานต่ำ เพิ่มเติมจากอาการอาพาธด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีระยะสุดท้าย โดยอาการอาพาธล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่เดินทางไปเป็นประธานในการทอดผ้าป่าที่วัดศิริดำรงวนาราม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งคณะแพทย์และผู้ติดตามได้นำพระเทพสังวรญาณส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระ อาจารย์ฝั้นอาจาโร อ.พรรณานิคม และโรงพยาบาลสกลนครตามลำดับ หลังจากนั้นนำมารักษาต่อที่โรงพยาบาลยโสธรในที่ 29 มีนาคม เวลา 23.10 น. ซึ่งแพทย์ได้ใส่เครื่องช่วยหายใจ ให้สารน้ำ ยาปฏิชีวนะ และโลหิตเพิ่มเติม ซึ่งอาการในภายหลังอีก 2 วันถัดมาดีขึ้น สามารถรับรู้ความรู้สึกได้มากขึ้น แต่ยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และมีอาการทรุดลงมาอีกในวันที่ 1 เมษายน และได้มรณภาพในวันที่ 2 เมษายน ด้วยอายุ 82 ปี พรรษาที่ 62
พระเทพสังวรญาณ หรือ หลวงตาพวง สุขินทริโย ถือกำเนิดที่บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ซึ่งเดิมคือ ต.กระจาย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.อุบลราชธานี เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ปี เถาะ มีนามเดิมว่า พวง ลุล่วง เป็นบุตรคนที่ 4 ของนายเนียม และนางบัพพา ลุล่วง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 3 คนและหญิง 3 คน ด้วยอุปนิสัยรักความสันโดษ ชอบสวดมนต์ นั่งวิปัสสนากรรมฐาน เวลาจากการเรียนหนังสือจึงมักไปเล่นที่วัดศรีฐานใน ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้านเป็นประจำเมื่ออายุ 14 ปี ด.ช.พวง ได้มีโอกาสติดตามไปอุปฐากพระอาจารย์สอ สุมังคโล ซึ่งเป็นพระลูกวัดศรีฐานใน ซึ่งกำลังจะไปศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์องค์สำคัญในสายวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ขณะนั้นหลวงปู่เสาร์ จำพรรษาอยู่ที่วัดดอนธาตุ ซึ่งเป็นวัดบนเกาะกลางลำน้ำมูล ในอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พระอาจารย์สอ สุมังคโล ก็ได้พาไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์ เพื่อเรียนรู้ข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ ภายหลังก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดสระแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร เมื่อปี พ.ศ. 2484 และอุปสมบท เมื่อปี พ.ศ. 2491
สำหรับศพของพระเทพ สังวรญาณ จะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีธรรมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร ซึ่งเป็นวัดจำพรรษาสุดท้ายพระของเทพสังวรญาณ
ชีวิตในเพศบรรพชิต
พรรษาที่ 1 (พ.ศ. 2491) อุปสมบท ณ โบสถ์น้ำ วัดป่าบ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจาร์อ่อน ญาณสิริ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจาร์ฝั้น อาจาโร เป็นอนุสาวนาจารย์ หลังจากอุปสมบทแล้ว ไปจำพรรษาที่วัดป่าท่าสองคอน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
พรรษาที่ 2 (พ.ศ. 2492) ย้ายไปจำพรรษาร่วมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าบ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งเป็นพรรษาสุดท้ายของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
พรรษาที่ 3 (พ.ศ. 2493) หลังจากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มรณภาพ และเสร็จงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่มั่นแล้ว ไปจำพรรษากับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าภูธรพิทักษ์ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร
พรรษาที่ 4-5 (พ.ศ. 2594-2495) จำพรรษาที่วัดป่าภูธรพิทักษ์ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร ร่วมกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร
พรรษาที่ 6 (พ.ศ. 2496) หลวง ปู่ฝั้น อาจาโร เกิดนิมิตระหว่างนั่งสมาธิในกลางพรรษาว่าเห็นถ้ำที่สว่างไสว เหมาะแก่การปฏิบัติ จึงได้ไปค้นหาจนพบถ้ำขาม แล้วได้บุกเบิกจนเป็นวัดถ้ำขาม อ.พรรณานิคม จ.สกลนครในปัจจุบัน ในพรรษานั้น หลวงตาพวง สุขินทริโยได้ไปบุกเบิกถ้ำขามและจำพรรษาที่นั่น
พรรษาที่ 7-8 (พ.ศ. 2497-2498) กลับมาจำพรรษาที่วัดป่าภูธรพิทักษ์ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร
พรรษาที่ 9 (พ.ศ. 2499) กลับบ้านศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพราะโยมบิดาเสียชีวิต ประกอบกับพระอาจารย์บุญช่วย ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีฐานในใน ที่เคยเป็นพระอาจารย์สมัยบวชเป็นเณร เกิดอาพาธ จึงอยู่ดูแลรับใช้ปรนนิบัติ
พรรษาที่ 10 (พ.ศ. 2500) พระอาจารย์บุญช่วย ธัมวโร เจ้าอาวาสวัดศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.อุบลราชธานี มรณภาพ ไม่มีพระภิกษุดูแลวัด ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดศรีฐานในใน เพื่อดูแลวัด
พรรษาที่ 11 (พ.ศ. 2501) ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีฐานในในอย่างเป็นทางการ
พรรษาที่ 12-18 (พ.ศ. 2502-2508) จำพรรษาที่วัดศรีฐานใน บูรณะปฏิสังขรณ์วัดศรีฐานในจนมีความเจริญรุ่งเรือง
พรรษาที่ 19 (พ.ศ. 2509) ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรม ในราชทินนามที่ พระครูใบฎีกา พวง สุขินทริโย
พรรษาที่ 20 (พ.ศ. 2510) จำพรรษาที่ วัดศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.อุบลราชธานี
พรรษาที่ 21 (พ.ศ. 2511) เนื่องจากวัดศรีธรรมาราม อ.ยโสธร จ.อุบลาชธานี ไม่มีเจ้าอาวาส เจ้าคณะจังหวัดและชาวบ้านไปนิมนต์ให้มาเป็นเจ้าอาวาส จึงได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดศรีธรรมาราม อ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี
พรรษาที่ 22 (พ.ศ. 2512) ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลในเมือง อ.ยโสธร
พรรษาที่ 23 (พ.ศ. 2513) ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูอมรวิสุทธิ์
พรรษาที่ 24 (พ.ศ. 2514) พัฒนา วัดศรีธรรมาราม อ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี
พรรษาที่ 25 (พ.ศ. 2515) อ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี ยกฐานะเป็นจังหวัด ได้รับแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดยโสธร (โดย ไม่ได้เป็นเจ้าคณะอำเภอมาก่อน)
พรรษาที่ 26 (พ.ศ. 2516) ได้ รับแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระสุนทรธรรมภาณ และได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดยโสธรอย่างเป็นทางการ
พรรษาที่ 27-33 (พ.ศ. 2516-2523) จำพรรษาที่วัดศรีธรรมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร
พรรษาที่ 34 (พ.ศ. 2524) หลังจากบูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถวัดศรีธรรมาราม อ.เมือง จ.ยโสธร เสร็จเรียบร้อย ได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัด กม.3 ต.ตาดทอง อ.เมือง จ.ยโสธร
พรรษาที่ 35-46 (พ.ศ. 2525-2536) กลับมาจำพรรษา ที่วัดศรีธรรมาราม อ.เมือง จ.ยโสธรโดยตลอด พัฒนาวัดศรีธรรมาราม จนเจริญก้าวหน้าและได้รับจนได้รับยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. 2528 และยกระดับเป็นพระอารามหลวง ในปี พ.ศ. 2532
พรรษาที่ 47 (พ.ศ. 2537) ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชธรรมสุธี และได้รับพระราชทานธรรมจักรทองคำ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในปี พ.ศ. 2537
พรรษาที่ 51 (พ.ศ. 2541) ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต)
พรรษาที่ 54 (พ.ศ. 2544) ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพสังวรญาณ
พรรษาที่ 52 (พ.ศ. 2542) สร้างวัดป่าใหม่นิคมพัฒนาราม บ้านนิคม ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธรปัจจุบัน
พรรษาที่ 62 (พ.ศ. 2552) จำพรรษาที่วัดศรีธรรมาราม องเมือง จ.ยโสธร
- อ่าน 1772 ครั้ง

ความคิดเห็น
ข้าพเจ้าเป็นหลานของหลวงตาพวงชื่นชมปิติ
พระสงฆ์ผู้ทรงศีลคุณ-สมาธิคุณ-ปัญญาคุณ ย่อมได้รับการเคารพและกราบ ๓ ครั้ง คือ กราบหนึ่ง ศีลคุณ/กราบสอง สมาธิคุณ/กราบสาม ปัญญาคุณ เช่น
หลวงปู่รอด อินฺทวีโร วัดรัตนาราม รูปนี้ มีอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๕๐ คือ อุปสมบทอายุประมาณ ๓๔ ปี เป็น หลวงตา-หลวงพ่อ-หลวงปู่ ของชาวพุทธ พระเกจิอาจารย์ปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐาน-น่าจะได้รับสมณศักดิ์ที่พระครูสัญญาบัตรพัดยศ-หรือว่าท่านหลวงปู่ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์และฝ่ายอนิฏฐารมณ์ แต่ก็ได้รับตำแหน่งสูงสุด จากชาวพุทธทั้งปวง โดยเฉพาะเมืองปทุมธานี เป็นเทพเจ้าเมืองดอกบัว- พฺรหฺมโลกูปโค โหติ ถึงแก่มรณภาพแล้ว
หลวงปู่รอด อินฺทวีโร ย่อมมีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ด้วยเนกขัมมบารมีของท่าน ขออนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ
แสดงความคิดเห็น