Published on phrathai.net (http://phrathai.net)
ตร.กรุงเก่า-เอาจริง! กดดันโจรใจบาป ยอมคืนพระพุทธรูป
By นนทรี
ตั้งเมื่อ 06/02/2008 - 07:37

นำมาทิ้งไว้ริมถนน

แล้ว วันนี้คนอยุธยาก็คงได้นอนตาหลับ หลังจากที่โจรใจบาปลอบนำ "หลวงพ่อภู่" พระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 200 ปี ที่โจรกรรมไปจากวัดผึ่งแดด อ.บางปะหัน กลับมาคืนทิ้งไว้ริมถนนสายบางปะอิน-บางปะหัน

พระคู่บ้านคู่เมืองจึงได้กลับมาประดิษฐานอีกครั้ง

การได้คืนพระพุทธรูปสำคัญองค์นี้ สร้างความตื้นตันใจให้ชาวบ้านยิ่งนัก ถึงขนาดที่ชาวบ้านยกขบวนกลองยาวแห่มารับหลวงพ่อภู่กันเลยทีเดียว มีการรำรอบโบสถ์ ถวายไข่ต้มแก้บนตามความเชื่อกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางเสียงสาปแช่งด่าทอคนร้ายดังขรม

เบื้องหลังที่ทำให้เรื่องราวคลี่คลายได้ด้วยดี เกิดจากแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ ที่ได้ส่งกำลังตามประกบคนร้ายไปยังทุกหนทุกแห่ง เลยทำให้แก๊งโจรหมดหนทางในการนำของไปปล่อยเลยต้องนำพระพุทธรูปมาทิ้งไว้แทน

พวกนี้ทำแบบไม่กลัวนรกจะกินกบาล!?!

ย้อน ไปดูเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 19 พ.ค. มีคนร้ายบุกเข้าไปในวัดผึ่งแดด ม.4 ต.ทับน้ำ อ.บางปะหัน วางยาเบื่อสุนัขตายไป 5 ตัว แมวอีก 2 ตัว ก่อนจะตัดเหล็กสายยูประตูพระอุโบสถเข้าไปโจรกรรม "หลวงพ่อภู่" พระพุทธรูปปางมารวิชัย อายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี หน้าตัก 24 นิ้ว เนื้อโลหะสูญหายไป ซึ่งนอกจากนี้ คนร้ายยังตัดกุญแจประตูเหล็กใต้ถุนศาลา ยกเอาเครื่องเสียงชุดใหญ่ของอบต.ทับน้ำ ที่ซื้อถวายวัดเอาไปเป็นของแถม

อีกต่างหากเหลือแต่ฐานองค์พระ

ตร.ตรวจสอบ

เป็นปฏิบัติการที่ไม่เกรงกลัวบาป!!

งานนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายจะต้องมีไม่ต่ำกว่า 3 คน เพราะต้องใช้แรงช่วยกันยกพระพุทธรูปออกจากวัด พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา จึงสั่งการให้พ.ต.อ.กมล ปั้นศิริ ผกก.สภ.บางปะหัน พ.ต.ต.ธีรพันธ์ คำอุดม สว.สส. จัดกำลังชุดสืบสวนออกติดตามคนร้ายทันที โดยเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งรับซื้อของเก่า พวกนิยมเครื่องรางของขลังและกลุ่มนิยมของโบราณ

ทุกจุดมีสายตำรวจประกบตัวไว้ทั้งนั้น เจ้าหน้าที่ออกกดดันคนร้ายทุกวัน หวังตะครุบแก๊งโจรบาปรายนี้ให้ได้ ซึ่งหลังจากนั้น 7 วันการทำงานของตำรวจก็สัมฤทธิผล เมื่อโจรขโมยพระทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว ค่ำวันที่ 26 พ.ค. พวกมันจึงแอบนำหลวงพ่อภู่ มาวางคืนไว้ที่ที่ริมถนนสายบางปะอิน-บางปะหัน หลัก ก.ม.31 ม.5 ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะพากันหลบหนีไป

ชาวบ้านจึงได้พระพุทธรูปคืนมาอย่างไม่มีบุบสลายและ เพื่อเป็นการยืนยันว่าพระพุทธรูปองค์นี้เป็นหลวงพ่อภู่องค์จริง ตำรวจจึงเชิญนายสรยุทธ์ เสือเปรียว อายุ 53 ปี กรรมการวัดผึ่งแดด มาทำการตรวจสอบดูตำหนิรูปพรรณ โดยนายสรยุทธ์ตรวจดูอยู่ไม่นานก็ยืนยันว่าใช่หลวงพ่อภู่องค์ที่ถูกขโมยไป ร้อยเปอร์เซ็นต์

อัญเชิญกลับวัดทุกคนก้มกราบได้อย่างสนิทใจ
นายสรยุทธ์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ชาวบ้านได้บนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นพระเกจิอดีตเจ้าอาวาส อาทิ หลวงพ่อดำ หลวงพ่อผิน หลวงพ่อแพร และเจ้าแม่ตะเคียนทองที่อยู่ที่วัด ว่าขอให้ได้พระพุทธรูปที่หายไปกลับคืนมา โดยจะบนไข่ต้ม 200 ฟอง เป็ดไก่และรำรอบพระอุโบสถ

ปักธูปยังไม่ทันหมดดอกก็ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจว่าพบพระพุทธรูปแล้ว!??

"ชาวบ้านทุกคนดีใจมาก จึงตกลงกันว่าจะทำพิธีรับพระที่วัดด้วยการทำบุญใหญ่ พร้อมทั้งมีรำวงแก้บนรอบพระอุโบสถ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อภู่ที่ต้องอยู่กับวัด ให้ประชาชนได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยชาวบ้านทั้งตำบลต้องขอชมเชยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยติดตามและกดดันจนคน ร้ายนำพระมาทิ้งไว้และได้พระคืน" นายสรยุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย

งานนี้ตำรวจได้รับคำชมเสียงดังขรม ที่สามารถกดดันคนร้ายจนยอมนำพระมาคืนจนได้
มิเช่นนั้นคงต้องสูญเสียพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองไปอย่างน่าเสียดาย การ ได้คืนพระพุทธรูปองค์นี้ สร้างความปลาบปลื้มใจให้ชาวบ้านยิ่งนัก เช้าตรู่วันที่ 27 พ.ค. นายกฤตภพ เฉื่อยฉ่ำ นายกอบต.ทับน้ำ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมชาวบ้านกว่า 200 คน จึงพร้อมใจกันเดินทางมาอัญเชิญ "หลวงพ่อภู่" กลับไปประดิษฐานยังวัดผึ่งแดดตามเดิม พิธีอัญเชิญหลวงพ่อภู่กลับวัด เป็นไปอย่างคึกคัก ทุกคนมีสีหน้าอิ่มบุญ โดยชาวบ้านเหมากลองยาวและใช้รถยนต์กว่า 20 คัน เป็นขบวนแห่หลวงพ่อภู่กลับ โดยมีพล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ และตำรวจบางปะหัน ร่วมขบวนแห่ไปกับชาวบ้านจนถึงวัด

พล.ต.ต.นเรศ กล่าวว่า จากการกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้แก๊งที่โจรกรรมหลวงพ่อภู่ที่คาดว่าเป็นมืออาชีพ ไม่กล้านำพระที่โจรกรรมไปขาย ซึ่งมีการวางสายเข้าไปแทรกซึมเพื่อกดดันหาข่าว จนสุดท้ายคนร้ายได้ตัดสินใจนำพระมาทิ้งไว้ข้างทาง แต่ถึงแม้จะได้พระพุทธรูปกลับคืนมาแล้ว ทางคดีก็ต้องดำเนินการต่อไป เพื่อจับกุมคนร้าย และขณะนี้ตำรวจพอจะทราบเบาะแสและพอจะระบุกลุ่มคนร้ายได้แล้ว แต่ยังขาดเพียงพยานหลักฐานเชื่อมโยงบางส่วนเท่านั้น

"ตอนนี้เราทำโครงการคุ้มครองพระพุทธรูปโดยการนำตู้เหลืองไปติดไว้ตามวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจตราอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังสร้างเครือข่ายแนวร่วมประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องและเป็นหูเป็นตาอีกด้วย ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ต้องยกความดีให้พระสงฆ์กับชาวบ้านที่ช่วยกันให้ เบาะแส จนสามารถตามกดดันคนร้ายเอาไว้ได้" ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยากล่าว

เป็นหน้าที่ของชาวพุทธที่ต้องช่วยกัน

ที่มา:
ข่าวสด [1]

Source URL: http://phrathai.net/node/1146

Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/