Published on phrathai.net (http://phrathai.net)
พระกับกระแสบอลยูโร เตือนสำรวม-อย่าเกินเส้นสมณะ
By อิทธิ
ตั้งเมื่อ 06/22/2008 - 16:21

พลันที่มหกรรมฟุตบอลยูโร 2008 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย เป็นเจ้าภาพ เริ่มระเบิดเพลงแข็ง ในช่วงตลอดเดือนมิถุนายน

การพนันฟุตบอล วงจรอุบาทว์ก็เริ่มขึ้นทันทีและต่อเนื่องยาวนานเกือบ 1 เดือน แม้จะมิใช่เป็นปัญหาใหม่ แต่ยังคงปัญหาเรื้อรังที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน กลายเป็นภัยมืดที่มอมเมา คุกคามชีวิต สวัสดิภาพ

เป็นบ่อเกิดของปัญหาอาชญากรรมในทุกรูปแบบ ที่ลุกลามไปทุกระดับชั้น ไม่เว้นแม้แต่เด็กและเยาวชน รวมไปถึงพระภิกษุ-สามเณร ในวัด

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดการแถลงข่าว "พนันบอล พนันชีวิต" สะท้อนปัญหาการพนันฟุตบอลได้อย่างเจาะลึก โดยนักวิชาการชื่อดังและกลุ่มเยาวชน

นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ กล่าวว่า โครงการเฝ้าระวังเด็ก เผยการศึกษาข้อมูลการเล่นพนันฟุตบอลของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศในปี 2549 เปรียบเทียบกับปี 2550 พบเด็กทุกระดับเล่นพนันบอลเพิ่มขึ้น ประถมศึกษาจากร้อยละ 5.46 เป็นร้อยละ 6.03 มัธยมต้น ร้อยละ 10.39 เป็นร้อยละ 13.30 มัธยมปลาย ร้อยละ 14.80 เป็นร้อยละ 15.88 อาชีวศึกษา ร้อยละ 17.88 เป็นร้อยละ 18.21 มีเพียงอุดมศึกษาที่ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 17.10 เป็นร้อยละ 16.45 เฉลี่ยปี 2550 มีเด็กไทยเล่นพนันบอลร้อยละ 13.84 โดยจำแนกเป็นชายร้อยละ 21.78 หญิงร้อยละ 5.82

ส่วนภาคที่มีเยาวชน เล่นพนันบอลมากที่สุด อันดับแรก คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 16.74 ภาคเหนือตอนล่าง ร้อยละ 15.40 กทม.และปริมณฑล ร้อยละ 15.07 ภาคกลาง ร้อยละ 14.05 ภาคตะวันออก ร้อยละ 12.09

งานวิจัยของนิสิตจุฬาฯ พบสาเหตุที่ทำให้เด็กเล่นพนันบอล คือ 1.ตามเพื่อนหรือคนรู้จัก 2.อยากได้เงิน 3.อยากลอง 4.สภาพแวดล้อม

นายอมรวิชช์ กล่าวอีกว่า 10 สัญญาณอันตรายที่ชี้ให้เห็นว่าบุตรหลานอาจติดพนันบอล คือ 1.อดหลับ อดนอน ไม่พลาดแม้แต่คู่เดียว แม้จะดึกแค่ไหน 2.เชียร์ทุกคู่แม้ไม่รู้จัก 3.มีอาการลับๆ ล่อๆ เวลาคุยโทรศัพท์ ใช้ภาษาแปลกๆ เช่น ลูกครึ่ง ครึ่งควบลูก 4.พกหนังสือพิมพ์กีฬา คัมภีร์แทงบอลติดตัว 5.ไม่ใช้เงินตามปกติ ไม่กิน เก็บเงินแทงบอล 6. เงินเริ่มขาดมือ ขอยืมทุกคน ทั้งเพื่อนสนิท ไม่สนิท ญาติ พี่ น้อง 7.ของที่เคยมี มือถือ นาฬิกา กล้องถ่ายรูป หายไป และอาจนำของในบ้านไปขายหรือจำนำ 8.ซึม เศร้า เครียด เวลาทีมที่เชียร์แพ้แม้จะไม่ใช่ทีมที่ชอบ 9.รวยผิดปกติ ใช้เงินมากกว่าที่เคยมี เช่น เปลี่ยนมือถือใหม่ เลี้ยงเพื่อนฝูง กินเที่ยวไม่ยั้ง 10.ถูกข่มขู่ โดนตามทวงหนี้ มีคนแปลกหน้ามาตามหา

นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ประสานงานศูนย์กิจกรรมเยาวชนเพื่อชุมชนและสังคม กล่าวว่า ในช่วงที่กระแสฟุตบอลยูโรกำลังเป็นที่สนใจของประชาชน การพนันบอลก็มีมากขึ้นตามความสนใจ ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ก็มีการพนันบอลเช่นกัน โดยเพื่อนที่บวชเป็นพระได้ 1 พรรษาแล้ว ยังพนันบอลเหมือนกัน เช่นเดียวกับพระสงฆ์ในวัดรูปอื่นๆ ที่บวชมาหลายพรรษาด้วย

จากข้อมูลที่ทราบแม้แต่เจ้าคณะสงฆ์บางรูปก็ ยังพนันบอล อาจเรียกได้ว่าเป็น "ยูโรภิกขุ" แล้ว นอกจากนี้ยังมีครูและเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็พบว่าบางรายเป็นผู้ได้ผลประโยชน์ จากการเปิดโต๊ะบอล หรือไม่ก็เป็นโต๊ะบอลเสียเอง

"น่าเศร้าใจ คือน้องของเพื่อนที่บวชเป็นพระตอนนี้ ยังโทรศัพท์มาฝากแทงบอล ขณะนี้โต๊ะพนันบอลรายใหญ่ที่รับเงินพนัน 3-10 ล้านบาท มีประมาณ 700 โต๊ะ แต่ในช่วงนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1 พันโต๊ะ ส่วนโต๊ะขนาดกลางที่รับเงินแทงบอล 1 ล้านบาท มี 5 พันโต๊ะ โดยเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี แทงต่ำสุด 50-200 บาท ส่วนอายุ 18 ปีขึ้นไปแทงตั้งแต่ 500-10,000 บาท และเด็กอายุ 13 ปี คือ กลุ่มที่คนเดินโพย เข้าถึงได้มากที่สุด ที่น่าตกใจคือแม้แต่เด็กอายุ 7 ขวบ ก็เริ่มไปพนันบอลโดยไปแทงด้วยตนเองแล้ว" นายวันเฉลิม กล่าว

ท.พ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลเครือข่ายเยาวชนพบเด็กอายุน้อยที่สุดที่เล่นพนันบอลกับโต๊ะบอลเพียง 7 ขวบเท่านั้น ใช้เงินแค่ 50 บาท ก็เริ่มเล่นได้ โดยเด็กไม่เกิน 18 ปี แทงน้อยที่สุด 50 บาท มากที่สุด 5 พันบาท

ลองมาฟังความเห็นของพระเถระกันบ้าง เริ่มจาก "พระธรรมกิตติเมธี" โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวถึงกระแสฟุตบอลยูโรที่ทำให้วงการพนันระบาดหนัก ลามไปถึงวงการพระสงฆ์ที่มีการเล่นพนันขันต่อภายในวัดกันอย่างครึกโครม ว่า ท่ามกลางสถาน การณ์โลกมีความเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ ที่เทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า ทำให้พระสงฆ์เองยังต้องปรับตัวไปตามกระแสโลก เพื่อให้สามารถดำรงคงอยู่และเผยแผ่พระศาสนาให้ยั่งยืน ในปัจจุบัน พระสงฆ์ยังต้องอาศัยสื่อเทคโนโลยีในการติดตามรับฟังข่าวสาร โทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต เพียงแต่การใช้สื่อดังกล่าว ต้องขึ้นกับเจตนารมณ์ของผู้ใช้เป็นสำคัญ เพราะทุกสิ่งย่อมมีมุมมอง 2 ด้าน คือ ด้านบวก และด้านลบ

เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวัดในทุกวันนี้ มีโทรทัศน์ให้เราสามารถติดตามข่าวสารหรือรายการต่างๆ รวมไปถึงรายการกีฬา ในขณะนี้ กระแสฟุตบอลยูโร ที่มีการถ่ายทอดสดตามสถานีโทรทัศน์ มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แม้กระทั่ง พระภิกษุ-สามเณร ตามวัดต่างๆ เท่าที่ทราบ ยังให้ความสนใจด้วยเช่นกัน ในความเป็นจริง การดูกีฬาหรือกีฬาฟุตบอลไม่ได้เป็นเรื่องความผิดในทางพระธรรมวินัยแต่อย่างใด

แต่การชมฟุตบอลต้องอยู่ที่เจตนาของพระที่ชมดูเป็นสำคัญ ถ้าชมดูเป็นการกีฬา ถือว่าเป็นสิ่งดี เพราะกีฬาทำให้ร่างกายแข็งแรง ให้เรารู้จักรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แต่ถ้าชมดูถึงขนาดนำมาใช้เป็นการพนันขันต่อวางเดิมพันเงินสด ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ผิดทั้งในทางโลกและทางธรรมด้วย

พระธรรมกิตติเมธี กล่าวต่อว่า เรื่องการพนัน ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุหรือเพศฆราวาส ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ดีทั้งสิ้น ผิดกฎหมายบ้านเมือง ผิดศีล 5 ทั้งนี้ สำหรับอาตมา ไม่ห่วงพระสังฆาธิการผู้ใหญ่ที่สูงอายุ ซึ่งท่านเหล่านี้ คงไม่ได้ให้ความสนใจตามกระแสฟุตบอลยูโรมากนัก แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ พระภิกษุหนุ่มและสามเณรที่ยังมีวุฒิภาวะน้อย อาจจะมีความสนใจกีฬาฟุตบอลจนเกินขอบเขตไปบ้าง

"ตรงนี้อาตมาคงต้อง ขอฝากกำชับไปยังเจ้าอาวาสทุกวัดและเจ้าคณะปกครองชั้นผู้ใหญ่ ได้ให้ความใส่ใจและคอยตรวจตราพระลูกวัดในเรื่องการชมฟุตบอลให้อยู่ในกรอบ โดยเฉพาะในช่วงกลางดึก ไม่ให้เกินความพอดี เช่น ไม่ให้พระลูกวัดอยู่ดูฟุตบอลจนดึกดื่นเที่ยงคืน ตี 1 ตี 2 ด้วยพระภิกษุมีวัตรปฏิบัติในตอนเช้าต้องสวดมนต์ทำวัตรเช้าและต้องเดินรับ บิณฑบาตญาติโยม ถ้าดูบอลจนดึก เกรงว่าจะนอนตื่นสาย และที่สำคัญ ห้ามเล่นการพนันบอลอย่างเด็ดขาด ถ้าตรวจสอบพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว ให้เจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่ว่ากล่าวตักเตือนได้ทันที ถ้าหากยังไม่เชื่อฟัง คงต้องลงโทษให้หนักขึ้นตามพระธรรมวินัย หรืออาจถึงขั้นไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้ามาจับกุมได้" โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวย้ำ

ด้าน พระมหาสมปอง ตาลปุตโต พระนักเทศน์ชื่อดังต้นตำรับธรรมะเดลิเวอรี่ แห่งวัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ กล่าวถึงกรณีเดียวกัน ว่า เราคงไปห้ามพระไม่ให้ดูโทรทัศน์หรือชมกีฬาฟุตบอล ย่อมไม่ได้อย่างแน่นอน กีฬามีทั้งประโยชน์และโทษ แม้แต่ธรรมะยังมีแฝงในการกีฬาเช่นเดียวกัน อาทิ ความสามัคคีของผู้เล่น ความเตรียมพร้อมของผู้เล่นสำรอง หรือการวางแผนของผู้จัดการทีม เป็นต้น ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่ที่เราว่าจะเลือกใช้ในด้านใด การที่พระจะดูฟุตบอล

" อาตมามองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรรู้จักกาลเทศะ ดูด้วยความสงบสุภาพ ไม่นำการพนันบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่ควรนอนดึกจนเกินไป เพราะเราเป็นพระที่มีศาสนกิจประจำวันต้องปฏิบัติมากมาย สำหรับการพนัน ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุหรือคนธรรมดา ก็ไม่ดีทั้งนั้น ยิ่งเป็นพระยิ่งไม่ดีอย่างแน่นอน ผิดศีลและผิดกฎหมาย ตรงนี้ คงต้องให้พระผู้ใหญ่ในวัดคอยตักเตือนให้พระลูกวัดปฏิบัติตามด้วย" พระนักเทศน์ชื่อดังกล่าวทิ้งท้าย

ไม่ว่าจะเป็นเด็กและเยาวชน พระภิกษุ-สามเณร หรือใครก็ตาม ไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องการพนันบอลได้เป็นดีที่สุด

ที่มา:
ข่าวสด [1]

Source URL: http://phrathai.net/node/1266

Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/