Published on phrathai.net (http://phrathai.net)
สาธารณสุขจัดถวายความรู้ดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน เร่งตั้งศูนย์สุขภาพประจำวัดทั่ว ปท.
By อิทธิ
ตั้งเมื่อ 06/24/2008 - 00:53

นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมถวายความรู้ทักษะการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานแก่พระภิกษุ-สามเณร ณ วัดนิโครธาราม (วัดกุฏิใน) อ.เมือง จ.ตรัง พร้อมด้วย น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, น.พ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ และ นายอานนท์ มนัสวานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยมีพระภิกษุ-สามเณร ในจังหวัดตรัง และในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 150 รูป ซึ่งเป็นเครือข่ายด้านสุขภาพ เข้ารับการอบรมตามโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากโรงพยาบาลสงฆ์ และกรมการแพทย์ ได้จัดตั้งศูนย์สุขภาพสายสัมพันธ์วัด-โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้น จำนวน 25 วัด ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ หลังจากพบว่าอาการอาพาธของพระภิกษุ-สามเณร ส่วนใหญ่ หรือ 1 ใน 5 กำลังเกิดอาการอาพาธเป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และอื่นๆ

นอกจากนั้น ยังมีพระภิกษุ-สามเณร อีกร้อยละ 24-97 มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการอาพาธในโรคดังกล่าวด้วย ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงได้เร่งตั้งศูนย์สุขภาพประจำวัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยดูแลส่งเสริมสุขภาพ และรักษาพยาบาลอาการอาพาธของพระภิกษุ-สามเณร ในเบื้องต้น ด้วยการนำงบของโรงพยาบาลสงฆ์มาดำเนินการเป็นจำนวน 100 ล้านบาท

นายไชยา กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์สุขภาพประจำวัด เนื่องจากพระภิกษุ-สามเณร เป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัด ในการเข้าถึงบริการดูแลรักษาสุขภาพยังสถานพยาบาล ดังนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์สุขภาพสายสัมพันธ์วัด-โรงพยาบาล เฉลิมพระเกียรติฯ มาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 สำหรับการอบรมตามโครงการดังกล่าวนี้ มีทั้งการถวายความรู้แก่พระภิกษุ-สามเณร ผู้นำเครือข่ายด้านสาธารณสุข ในเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้น การป้องกันโรคเรื้อรังที่สำคัญ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด พร้อมกับการสนับสนุนเครื่องมือที่จำเป็น เช่น เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องชั่งน้ำหนัก และยาสามัญประจำบ้าน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้พระภิกษุ-สามเณร เกิดอาการอาพาธเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่ประชาชนใส่บาตรทำบุญ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่นิยมเลือกสรรอาหารคาวหวาน ที่มีการปรุงอย่างสุดฝีมือตามความชอบของตัวเอง ส่งผลให้พระภิกษุ-สามเณร ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เนื่องจากกิจของสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นการสวดมนต์นั้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการอาพาธด้วยโรคต่างๆ สูงกว่าคนทั่วไป จึงอยากแนะนำให้ประชาชนนำอาหารที่มีไขมันน้อย มีรสไม่เค็มจัดและหวานจัด ใส่บาตรทำบุญ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงได้ส่วนหนึ่ง

ที่มา:
ข่าวสด [1]

Source URL: http://phrathai.net/node/1272

Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/