วัดในสมัยโบราณ เปรียบเสมือนโรงเรียนสำหรับพระภิกษุ สามเณร เด็กและเยาวชนทั่วไป เป็นหน่วยบ่มเพาะความรู้ และศีลธรรมอันดี ให้คนกลายเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศชาติ ซึ่งทุกวันนี้ระบบการศึกษาของประเทศได้เปลี่ยนไป โดยมีภาครัฐเข้ามาจัดรูปแบบการศึกษาให้เหมือนกับนานาอารยประเทศ แยกวัด ออกจากระบบโรงเรียน ส่งผลให้ระบบการเรียนการสอนที่อยู่ในวัด กลายสภาพมาเป็น สำนักศาสนศึกษา สอนหลักสูตรพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและบาลีและโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาโดยเน้นสอนเฉพาะพระภิกษุสามเณรเท่านั้น
กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งกำกับดูแลโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาทั่วประเทศ ได้เปิดเผยจำนวนตัวเลขของโรงเรียนในปัจจุบัน พบว่ามีอยู่ 400 แห่ง จำนวนครูและเจ้าหน้าที่ 3,000 คน มีจำนวนสามเณรที่กำลังศึกษาเล่าเรียนกว่า 50,000 รูป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพราะโรงเรียนดังกล่าวไม่มีการเก็บค่าเทอม มีที่พัก อาหาร และความรู้ให้อย่างเพียบพร้อม หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า การศึกษาแบบศาสนสงเคราะห์
รูปแบบการเรียนการสอนของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาคล้ายโรงเรียนทั่วไป มี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ 1.ภาษาไทย 2.คณิตศาสตร์ 3.วิทยาศาสตร์ 4.สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5.สุขศึกษา 6.ศิลปะ 7.การงานอาชีพและเทคโนโลยี และ8.ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) แต่จะพิเศษตรงที่โรงเรียนประเภทนี้ จะเน้นการสอนศาสนปฏิบัติ พระธรรมวินัย ภาษาบาลี เพิ่มมากขึ้น ส่วนรูปแบบการเรียนการสอนของสำนักศาสนศึกษาจะขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละ สำนักหรือวัดว่า มีแนวทางการสอนอย่างไร โดยเฉพาะการสอบเปรียญธรรม
ที่ผ่านมา ปัญหาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา และสำนักศาสนศึกษาไม่ค่อยได้รับการแก้ไขให้เป็นระบบ จนทำให้การศึกษาสงฆ์ทั้งสองส่วน ขาดการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณจำนวน บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนจำนวนผู้เรียนที่จะเป็นศาสนทายาท สืบทอดพระพุทธศาสนา ก็มีจำนวนลดลงเรื่อย ๆ เพราะประชาชนเห็นความสำคัญของโรงเรียนประเภทนี้น้อยลง อีกทั้งยัง มีโรงเรียนอื่น ๆ เป็นตัวเลือกให้ประชาชนส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนมากขึ้น
พระครูกุมภวาปีคณารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ประธานกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่ม 8 เล่าว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มีการแบ่งการสอนเป็น 2 ระดับ ได้แก่ มัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย โดยในระดับม.ต้น ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวจากรัฐบาล 14,000 บาทต่อรูปต่อปี ม.ปลาย 14,900 บาทต่อรูปต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เพียงพอ จึงต้องขอรับบริจาคจากญาติโยม ส่วนครูที่สอนในโรงเรียนรับเงินเดือนสูงสุด ประมาณ 7,000 บาทถือว่าน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับ ครูโรงเรียนทั่วไป ทำให้ครูบางคนทนกับสภาพที่เป็นอยู่ไม่ได้ ไปสอบบรรจุเป็นครูโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กันหมด
“หลายคนมองว่า โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มีคุณภาพวิชาการสู้โรงเรียนทั่วไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราถือว่าเป็นจุดแข็งก็คือ เด็กที่ได้รับการอบรมจากเราไปจะเป็นคนดี มีศีลธรรม มีจิตใจงดงาม เพราะการสอนของที่นี่จะเน้นศีลธรรมเป็นหัวใจสำคัญ เก่งไม่เก่งเราไม่ว่า ขอให้เป็นคนดีไว้ก่อนอย่างอื่นพัฒนากันได้ ซึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เรามีสามเณรสอบติดแพทย์ วิศวะ วิทยาศาสตร์ เป็นจำนวนมาก เมื่อเด็กเหล่านี้เรียนจบจะกลับมาตอบแทนโรงเรียนของเขา ขณะเดียวกัน สามเณรที่ชอบศึกษาทางธรรมก็สามารถได้เรียนถึงปริญญาเอก ดังนั้นสิ่งที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมต้องฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ คือ การพัฒนาจุดแข็ง และคุณภาพการศึกษาให้ชาวบ้านได้เห็น” พระครูกุมภวาปีคณารักษ์เล่าอย่างตั้งใจ
เมื่อปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ กองพุทธศาสนศึกษา จึงได้จัดประชุม ผู้บริหารสำนักเรียน สำนักศาสนศึกษาขึ้น ที่วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อรับฟังสภาพปัญหา และหาแนวทางแก้ไข อีกทั้งได้มีการหยิบยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาวิชาการพระพุทธศาสนา พ.ศ.... ที่กองพุทธศาสนศึกษาได้จัดทำขึ้นมาเป็นทางออกของปัญหาทั้งหมด โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีเนื้อหาสำคัญ 9 หมวด ได้แก่ บททั่วไป, การดำเนินการ, การจัดตั้งและบริหารจัดการสำนักศาสนศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา,ครูและบุคลากรทางการศึกษา, การกำหนดตำแหน่ง วิทยฐานะ เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่ง, การบรรจุและการแต่งตั้ง, หลักสูตรและการประกันคุณภาพการศึกษา, การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และบทลงโทษ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ ศูนย์ครูปริยัตินิเทศก์ทำหน้าที่ดูแลการศึกษาสงฆ์อย่างเป็นระบบด้วย
นอกจากนี้ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวยังกำหนดปรับเกณฑ์เทียบระดับการศึกษาให้แก่ผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนาขึ้นใหม่ คือ หลักสูตรการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา เทียบเท่าระดับม.ต้นและม.ปลาย แผนกธรรม สนามหลวง เทียบเท่าระดับม.ต้น แผนกบาลีสนามหลวง ชั้นเปรียญธรรม (ป.ธ.) 3 ประโยค เทียบเท่า ม.ปลาย ระดับ ป.ธ.6 ประโยค เทียบเท่า ปริญญาตรี ระดับ ป.ธ. 8 ประโยค เทียบเท่าปริญญาโท และระดับ ป.ธ. 9 ประโยค เทียบเท่าปริญญาเอก
จุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ย้ำว่า การศึกษาของคณะสงฆ์เป็นเรื่องสำคัญที่ พศ.จะต้องเร่งผลักดันส่งเสริมให้เกิดคุณภาพ ตลอดจน ต้องทำให้มีสามเณรเข้ามาเป็นศาสนทายาทที่มีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งยกระดับครูให้มีสถานภาพและเกิดความก้าวหน้ามั่นคงในวิชาชีพด้วย
ต้องยอมรับว่า การแก้ปัญหาของการศึกษาสงฆ์ทุกฝ่ายจะต้องจริงใจ จริงจังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรัฐบาลต้องหันกลับมามองการศึกษาให้ครบทุกด้าน เพราะรากฐานการพัฒนาประเทศ คือ การศึกษา ซึ่งเมื่อทั้งพระทั้งฆราวาสมีคุณภาพและมีคุณธรรมสังคมก็จะสงบสุข แต่ถ้ายัง ปล่อยให้ง่อยเปลี้ยอยู่อย่างนี้ ลองคิดดู อนาคตของพระพุทธศาสนาและประเทศชาติจะเป็นอย่างไร
Links:
[1] http://www.dailynews.co.th/