นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2551 กรมการศาสนา ได้กำหนดนโยบายให้โครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เป็นโครงการสำคัญ ในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของชุมชน และสนองนโยบายรัฐบาลด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ให้พระพุทธศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าใจหลักธรรมของศาสนาโดยใช้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นแหล่งจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 3,231 ศูนย์ทั่วประเทศ เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคมที่ได้เห็นชอบการขยายศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
และเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นรูปธรรม จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ 18 ภาคคณะสงฆ์ และได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว
ทั้งนี้ จากการประชุมผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทั่วประเทศ ได้ข้อสรุปว่า ผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทั่วประเทศ มีความเข้าใจบทบาทภารกิจของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ที่จะให้ศูนย์ได้เสริมวัดให้เข้มแข็ง นำเด็ก เยาวชน และชุมชน เข้าวัดเรียนรู้หลักธรรม ร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และยังเห็นว่าศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เป็นงานของการอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะภาคคณะสงฆ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการส่งเสริมและให้การอบรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนที่เข้าวัด เพื่อศึกษาหาความรู้ ความเข้าใจ ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา น้อมนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ดำรงตนอยู่ในสังคมด้วยความสงบสุข ภาคคณะสงฆ์จึงมีบทบาทสำคัญที่จะเป็นปัจจัยหนึ่งในความสำเร็จของศูนย์ศึกษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โดยกรมการศาสนาได้ให้ความสำคัญกับโครงการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศีลธรรมของชุมชน เป็นที่พึ่งทางจิตใจของคนในชุมชนอย่างแท้จริง
จึงขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าเรียนวิชาพระพุทธศาสนาในศูนย์ศึกษาพระ พุทธศาสนาวันอาทิตย์ ให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ไม่จำกัดอายุ ทุกเพศทุกวัย สามารถเข้าเรียนในศูนย์ได้ทั่วประเทศ ซึ่งการเรียนรู้ดังกล่าวจะเป็นที่พึ่งทางจิตใจของคนในชุมชนท้องถิ่น เพื่อความสงบร่มเย็นของชาติบ้านเมืองต่อไป
Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/