Published on phrathai.net (http://phrathai.net)
หลวงปู่พรหมา สุวโจ ร่มธรรมเมืองอุทัยธานี
By อิทธิ
ตั้งเมื่อ 08/24/2008 - 16:47

"หลวงปู่พรหมา สุวโจ" ได้รับการยกย่องเกียรติคุณจากชาวเมืองอุทัยธานีให้เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตามคำสอนแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ปัจจุบัน พระครูอุปกิตวรานุรักษ์ หรือ หลวงปู่พรหมา สิริอายุได้ 87 พรรษา 63 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดน้ำพุพรหมจริยาวาส ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า บุญมา ขำมา เกิดวันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2464 ที่บ้านวังหิน ต.วังหิน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เป็นบุตรของนายบุญ-นางตา ขำมา ประกอบอาชีพกสิกรรม

ในช่วงวัยเยาว์เรียนหนังสือชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านวังน้ำขาว อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท จากนั้นได้ลาออกช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพด้วยการทำนาทำไร่

กระทั่งอายุ 24 ปีบริบูรณ์ เกิดความเบื่อหน่ายทางโลก เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2488 ณ พัทธสีมาวัดหัวเมือง ต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยมีพระครูอุปการโกวิท (หลวงพ่อแอ๋ว) เจ้าอาวาสวัดหัวเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระใบฎีกาพัง วัดแจ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระเชื้อ วัดหัวเมือง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาว่า สุวโจ หมายถึง ผู้ว่านอนสอนง่าย

ภายหลังอุปสมบทได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเขาวงษ์พรหมจรรย์ ต.วังหิน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ศึกษาพระธรรมวินัยกับพระครูอุปการโกวิท

พ.ศ.2488 ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองกระทุ่ม ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

พ.ศ.2498 สอบได้นักธรรมชั้นตรี สนามหลวงจังหวัดอุทัยธานี สำนักเรียนวัดหัวเมือง และ พ.ศ.2490 สอบได้นักธรรมชั้นโท สนามหลวงจังหวัดอุทัยธานี สำนักเรียนวัดเขาวงษ์พรหมจรรย์

เมื่อท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองกระทุ่ม ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานกับหลวงพ่อแอ๋ว วัดหัวเมือง พร้อมกับถ่ายทอดวิทยาคมจนหมดสิ้น อีกทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น "พระพรหมา สุวโจ"

พ.ศ.2517 พระพรหมา ได้มาจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์น้ำพุ ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

ผลงานด้านการศึกษา พ.ศ.2519 ได้รับตราตั้งเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม สำนักเรียนวัดน้ำพุพรหมจริยาวาส พ.ศ.2520 เป็นกรรมการคุมสอบธรรมสนามหลวง สนามสอบ วัดหนองขุนชาติ

พ.ศ.2531 เป็นกรรมการคุมสอบพระนวกะภูมิ สนามสอบวัดหนองขุนชาติ

งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ท่านเป็นผู้อบรมศีลธรรม-เทศนา สั่งสอนประชาชน อุบาสก อุบาสิกา ในวันธรรมสวนะ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันอัฏฐมีบูชา อบรมศีลธรรม-จริยธรรม ให้แก่นักเรียน มีผู้มารักษาศีล ฟังธรรมที่วัดตลอดพรรษาทุกปี

งานสาธารณูปการ ท่านได้สร้างหอระฆัง 2 หลัง สร้างอุโบสถ กว้าง 6 เมตร ยาว 18 เมตร บูรณะเมรุ เทคอนกรีตรอบศาลาการเปรียญ,บูรณะซุ้มประตูทางเข้าวัดและกำแพงทางด้านทิศใต้, บูรณะเมรุ 1 หลัง, เทคอนกรีตรอบศาลาการเปรียญ, สร้างห้องสุขา 30 ห้อง, สร้างกุฎีสงฆ์ ทำถนนคอนกรีต กว้าง 4 เมตร ยาว 100 เมตร และเป็นประธานในการทอดผ้าป่าหาทุนพัฒนาโรงเรียนบ้านน้ำพุ

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2534 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ในราชทินนาม พระครูอุปกิตวรานุรักษ์

พ.ศ.2550 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

หลวงปู่พรหมา เป็นเถระรูปหนึ่งที่มุ่งมั่นศึกษาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ จิตใจโอบอ้อมอารี ให้การสงเคราะห์ญาติโยมที่เดือดร้อนมาโดยตลอด

นอกจากท่านจะเป็นพระปฏิบัติที่น่าศรัทธาเลื่อมใสรูปหนึ่งแล้ว ท่านยังได้ร่ำเรียนวิชาพุทธาคมที่มีจิตแก่กล้า เป็นศิษย์สายตรงของหลวงพ่อแอ๋ว พระเกจิดังของอุทัยธานี และยังได้เป็นผู้สืบตำราแห่งบรรพชนหลวงปู่แสง วัดมณีชลขัณฑ์, หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าอีกด้วย

ท่านจึงได้รับการนิมนต์ให้ร่วมพิธีปลุกเสกในงานพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลในจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดใกล้เคียงเป็นประจำ

ด้านวัตถุมงคลของท่านมีหลายรุ่น อาทิ ตะกรุดโทน, ตะกรุดคลังพระอินทร์, พระผงพิมพ์พญา, พระผงพุทธคุณ (ผสมเกศา, จีวรและว่านเสน่ห์จันทน์ขาว), เหรียญเสมา, เหรียญโล่, ฤาษีพรหมบรมครู, ตะกรุดนารายณ์เปิดโลก, เหรียญเสมา 3 กษัตริย์, พญาเต่าเรียกทรัพย์ เป็นต้น

ปัจจุบัน หลวงปู่พรหมา เป็นเจ้าอาวาสวัดที่มีอายุยืนยาวที่สุดในเมืองอุทัยธานี

เป็นร่มธรรมของชาวเมืองอุทัยธานีโดยแท้

ผู้เขียน:
สุธน พันธุเมฆ
ที่มา:
ข่าวสด [1]

Source URL: http://phrathai.net/node/1399

Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/