โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มงคลวิทยา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2529 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ในปีการศึกษา 2551 มีสามเณรมาศึกษาอยู่ประจำกว่า 250 รูป ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะไม่ค่อยมีงบประมาณแต่วิธีการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาการศึกษาก็ไม่ได้หมดไปจากหัวคิดผู้บริหารสถานศึกษา พระอาจารย์วิทยา จิตตธัมโม เจ้าสำนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มงคลวิทยา กล่าวว่า การพัฒนาโรงเรียนซึ่งมีงบประมาณน้อย โดยเฉพาะหอนอนทำให้ต้องหาเศษไม้เก่าๆ มาทำเป็นเตียงนอนของสามเณร ถึงแม้จะนอนได้แต่ก็ไม่คอยดีมากนัก ทางเราก็ยังรู้สึกโชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) เข้ามาช่วยสนับสนุนงบประมาณปรับปรุง ซึ่งทางโรงเรียนตั้งใจว่าการปรับปรุงหอนอน จะต้องให้สามเณรได้เรียนรู้คุณธรรมไปพร้อมกันด้วย
"การซ่อมแซมเราจะระดมพลังจากสามเณรที่เรียนในโรงเรียนทั้งหมด อาตมาจึงได้จ้างเฉพาะช่างมาสอนขั้นตอนการซ่อมแซมต่างๆ อาทิ การซ่อมแซมเครื่องไม้ การทาสี ผสมปูน จากนั้นให้สามเณรเป็นผู้ลงมือปรับปรุงห้องนอนด้วยตนเอง ทำให้อาตมาพบว่า ตลอดเวลาการทำงาน สามเณรได้แสดงคุณธรรมออกมาให้เห็น เช่น การตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ การแบ่งงานช่วยงานกัน ความขยัน อดทน มีสติระมัดระวังความละเอียดรอบคอบ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้สามเณร เด็กและเยาวชน มีคุณธรรม ไม่ใช่แค่การสอน แต่ต้องมาจากการปฏิบัติ"
พระอาจารย์วิทยา ยังบอกอีกว่า สามเณรที่เรียนที่นี่ โรงเรียนจะมีขอบเขตให้แก่พวกเขา โดยตลอด 6 ปี ต้องปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย ตื่นตั้งแต่ตี 4 สวดมนต์ทำวัตรเช้า ไม่ให้พกเงิน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข รักษาศีล 10 ให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเช่นนี้ คนดีจะเกิดขึ้นหรือไม่ลองพิจารณากันดู ในขณะเดียวกันโรงเรียนต้องมีความเข้มแข็งด้วย ครูต้องทำงานเป็นทีมเด็กถึงจะออกไปสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ
นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยให้สามเณรได้เรียนรู้ด้วย โดยให้เด็กได้ศึกษาจากระบบการเลือกสภานักเรียน ปกครองกันเอง มีการจำลองคณะรัฐบาล เช่น นายกธรรมมนตรี ธรรมมนตรีกระทรวงต่างๆ ให้ทำหน้าที่บริหารกันจริงๆ ใครที่ทำผิดก็จะต้องถูกลงโทษด้วยกระบวนการยุติธรรมเหมือนกับทางโลก
ด้านสามเณรโชคชัย อุดง นักเรียนมาจากจังหวัดสระแก้ว บอกว่างานนี้ทำให้เราได้ฝึกงานช่างทุกประเภท ทั้งทาสี ฉาบปูน ปูกระเบื้อง ซึ่งตนคิดว่าชอบงานกระเบื้อง เพราะทำให้เราใจเย็น ต้องมีสมาธิ รอบคอบเป็นพิเศษ ส่วนการเรียนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมนั้น ตนเห็นว่าไม่ต่างอะไรจากโรงเรียนทั่วไป แต่จะเรียนหนักกว่า ตรงที่ต้องเรียนบาลี สิ่งสำคัญที่ทำให้เราอยู่ในโรงเรียนประเภทนี้ได้ คือ ต้องมีเพื่อน และทำตัวให้ดีเท่านั้นเอง
สามเณรเกษมจิต วงษ์ขันธ์ นักเรียนมาจากจังหวัดศรีสะเกษ สะท้อนความคิดให้ฟังว่า งานก่อสร้างทำให้เราได้ฝึกการอยู่ร่วมกันกับเพื่อน สนุกสนาน รู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกัน ทำให้ตนชอบเรียนที่นี่ เพราะมีเพื่อนๆ ที่ดี คอยช่วยกันตักเตือนเมื่อเรากระทำผิด ทำให้เราปฏิบัติตัวได้ดีขึ้น แม้แต่โยมพ่อยังชมว่า เรียนดีขึ้น นิสัยก็ดีขึ้น ต่างจากสมัยก่อนแม้แต่ช่วยงานโยมพ่อยังไม่เคยทำ ทุกวันนี้อะไรที่เราทำได้จะช่วยทั้งหมด
การพัฒนาระบบการศึกษา และความเป็นอยู่ของพระภิกษุ สามเณรเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรหันมาให้ความสนใจ เพราะถูกปล่อยปละละเลยมานาน ขณะที่ทุกหน่วยงานพยายามรณรงค์การทำความดีผ่านสื่อ แต่ไม่สอนให้คนปฏิบัติจริงส่งผลให้การรณรงค์ไม่ได้ผล ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องกระตุ้นให้เด็กเยาวชนและประชาชน ฝึกทำความดีด้วยการปฏิบัติอย่างจริงๆ จังๆ อย่างต่อเนื่อง น่าจะทำให้เห็นผลมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา มงคลวิทยา จังหวัดระยอง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการคิดหากุศโลบายง่ายๆ ให้เด็กสนใจ และแสดงความดีออกมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสิ่งดีๆ แบบนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ควรนำไปขยายผลให้โรงเรียนหรือโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ นำไปปรับใช้บูรณาการสอนเด็กให้เป็นคนดีด้วยการกระทำมากขึ้น
Links:
[1] http://www.matichon.co.th/khaosod/