สำหรับคนที่กำลังฝึกฝนพัฒนาตนเองเพื่อก้าวไปสู่ความรุ่งโรจน์ บางทีก็ต้องฟังคำของคนยุคก่อนดูบ้าง เผื่อว่า คำเหล่านั้นจะกลายเป็น “ลมใต้ปีก” พยุงให้ตนเองก้าวกระโดดหรือก้าวไปอย่างมั่นคง ไปสู่ความสำเร็จในชีวิตตามที่ต้องการได้ อย่างเช่น เรื่องของการสร้างกำลังใจให้ตนเอง เรื่องนี้ คนยุคก่อนเขามีวิธีของเขา ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย
ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนอ่านหนังสือ “ดั่งดอกบัวบาน” เขียนโดยคุณอ้อม ประนอม พบหลักการสร้างกำลังใจ ที่คุณอ้อม ประนอม รวบรวมไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
นโปเลียนมหาราช จักรพรรดิ์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมากองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์โลก (แม้ว่าบทสุดท้ายของชีวิตไม่ดีนักก็ตาม) มีหลักในการสร้างกำลังใจให้ตนเอง ๕ ประการ คือ
๑. อย่าบ่น อดทนอย่างยอดเยี่ยม
๒. อย่าเป็นคนร้องทุกข์
๓. ใครคิดอย่างไร อย่าสนใจคำของคนมากนัก
๔. อย่าสนใจความลับของใคร
๕. ทำสิ่งร้ายให้กลายเป็นดี จดจำบทเรียนจากสิ่งที่ผิดพลาด ด้วยความฉลาดคิด
พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ได้เคยพูดถึงลักษณะของความเข้มแข็งที่มนุษย์ควรมีไว้เช่นกันว่า
๑. ไม่รู้จักบ่นหรือร้องทุกข์
๒. ไม่ต้องการทราบว่า คนอื่นจะคิดเห็นว่าเราเป็นคนอย่างไร เมื่อเราคิดรอบคอบ มั่นใจแล้ว จงทำไปด้วยจิตใจที่ที่แข็งแกร่ง
๓. ไม่บอกความลับของตนเองแก่ใคร และไม่ต้องการสอดรู้สอดเห็นความลับของใคร
๔. ไม่คิดว่าตนเองเคราะห์ร้าย สามารถนำสถานการณ์ต่างๆมาทำประโยชน์แก่ตนเองได้ทั้งสิ้น
ลักษณะที่พลตรีหลวงวิจิตรวาทการนำเสนอนี้ ความจริงแล้วก็คือ หลักการของนโปเลียนนั่นเอง เพียงแต่ท่านนำมาพูดขยายความเสียใหม่เท่านั้น
นอกจากหลักการดังกล่าวแล้ว คุณประสาร มฤคพิทักษ์ ก็เคยกล่าวว่า
“อุปสรรคเป็นอุปกรณ์หลอมคนให้เก่งขึ้น ปัญหาจึงเป็นเครื่องมือสร้างคนให้สมบูรณ์ขึ้น”
คุณอ้อม ประนอม เองก็กล่าวไว้เช่นกันว่า
“...หากทะเลไร้ซึ่งมรสุม จะมีนักเดินเรือที่ช่ำชองได้อย่างไร ถ้าคุณฝ่าคลื่น ฝืนลมได้ ชีวิตคุณจะมีคุณค่าสมภาคภูมิที่เกิดมาชีวิตหนึ่ง อยากจะมีชีวิตที่แข็งแกร่ง จงหัดฝ่าคลื่น ฝืนลมเสียบ้าง...”
สุดท้ายที่อยากยกมาให้ดู ก็คือ คำตรัสของ “พระมหาชนก” ซึ่งเป็นอตีตชาติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธะองค์ปัจจุบันนี้ ขณะที่พระมหาชนกกำลังว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร ถูกนางมณีเมขลาถามว่า “เอ๊ะ ใครกันนี่ มาพยายามว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร ตาก็มองไม่เห็นฝั่ง ขาก็หยั่งไม่ถึงพื้น ท่านมองเห็นประโยชน์อะไรของความพยาม จึงว่ายน้ำอยู่ได้เป็นวรรคเป็นเวร” พระองค์จึงตรัสตอบไปว่า
“แม้ตาของเราจะมองไม่เห็นฝั่ง ขาจะหยั่งไม่ถึงพื้น เราก็จะพยายามว่ายน้ำไปด้วยเรี่ยวแรงที่บุรุษพึงมี ถึงแม้จะตาย ก็ตายอย่างไม่ถูกใครครหานินทาหรือติเตียนได้ว่า เราไม่ได้พยายาม ถึงจะตายก็ตายอย่างไม่เป็นหนี้ใคร”
ทั้งหมดนั่นคือ ตัวอย่างมุมมอง วิสัยทัศน์ หรือ ความคิดเชิงบวกของคนยุคก่อน สมัยก่อน ที่ทิ้งไว้เป็นมรดกทางปัญญาแก่พวกเราในยุคปัจจุบัน คิดว่าพวกเขาคงได้รับประโยชน์จากคำที่พวกเขาเสนอไว้เป็นแน่ จึงทำให้เขากล้านำหลักการเหล่านั้นออกมาเสนอต่อสาธารณชนให้ได้รู้ตาม โดยไม่ต้องสืบเสาะดูว่า จะมีคนถือปฏิบัติตามกี่คน....
...ตะวันสุรินทร์...
๘ กันยายน ๒๕๕๑
เรื่องนี้บันทึกไว้เมื่อ ๒๘ พ.ค. ๔๓
Links:
[1] http://phrathai.net/node/1424
[2] http://phrathai.net/node/1390