เวลาและค่าชีวิตคนเราไม่เท่ากัน! ชีวิตจะสั้นหรือยาว พระท่านว่าขึ้นอยู่กับบุญทำกรรมแต่ง เรากำหนดไม่ได้ แต่ค่าชีวิตเรากำหนดได้เองด้วยการกระทำ
พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อายุครบ 84 ปีแล้ว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2550
บนเส้นทางชีวิตอันยาวนาน สื่อให้เห็นคุณค่า และสะท้อนให้เห็นข้อธรรมเด่นชัดอย่างน้อย 2 ประการคือ หนึ่ง-เป็นตัวของตัวเอง เห็นได้จากท่านั่ง และคำพูดจา สอง-บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนาและสังคม เห็นได้จากการบริจาคทาน
บารมีธรรมแผ่ไพศาลเพียงใด คลื่นมหาชนที่หลั่งไหลเข้ากราบนมัสการ ในวันคล้ายวันเกิดนับหมื่นย่อมบอกได้ดี
ศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมงาน มีทั้งคนไทยที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ และชาวต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน ลาว กัมพูชา สิงคโปร์ และมาเลเซีย
ญาติธรรมพิเศษคือ สมเด็จพระสังฆราชจากกัมพูชา และรองสมเด็จพระสังฆราชจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โอกาสวันคล้ายวันเกิดปี 2550 ท่านได้สร้างพระเครื่องเพิ่มอีก 1 รุ่น รวม 2 แบบ
แบบแรกเป็นพระกริ่งทองคำ ทำด้วยทองคำแท้หนัก 1 บาท ราคา 30,000 บาท และแบบที่สองเป็นเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อคูณทรงรูปไข่ เนื้อนวโลหะ ให้ชื่อรุ่นว่า “ฝังไว้ในแผ่นดิน” สร้างจำนวน 84,000 เหรียญ ท่านแจกให้กับผู้ทอดผ้าป่ากองละ 1 องค์ รวมผ้าป่าทั้งสิ้น 84,000 กอง
เท่ากับพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์
รายได้หลวงพ่อนำไปสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว งบก่อสร้างตั้งไว้ประมาณ 20 ล้านบาท
นายบรรจบ ศิลปชัย กรรมการวัดบ้านไร่และผู้ดูแลเรื่องบริจาคบอกว่า สร้างพิพิธภัณฑ์ไว้เก็บเรื่องราวของหลวงพ่อคูณ ทั้งประวัติ รูปภาพ ธรรมกิจ หนังสือธรรมะ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
สืบไปใครอยากรู้จักหลวงพ่อคูณ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็เข้าไปเรียนรู้ กันได้
ภาพรวมของหลวงพ่อคูณที่เห็นได้ชัดคือเป็น “พระนักบริจาค” ท่านบริจาคสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ไว้มากมาย
“เช้านี้หลวงพ่อใส่บาตรด้วยเงินสดไป 1,817,000 บาท”
เสียงโฆษกประกาศตัวเลขเพื่อสร้างบุญของหลวงพ่อคูณดังก้องวัดบ้านไร่ เมื่อวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อ
เหตุใดหลวงพ่อคูณจึงเป็นนักบริจาค
นายสรวล ชินโกสีย์ คณะกรรมการวัดบ้านไร่และผู้ดูแลหลวงพ่อคูณอธิบายว่า
“หลวงพ่อต้องการสร้างบารมีทานให้มากๆ สาเหตุมาจากเมื่อท่านเป็นเด็กลำบาก จึงอยากสร้างบารมีทานไว้ ชาติต่อไปจะได้ไม่ยากจน ท่านบริจาคอยู่เรื่อยๆ เพราะปีติในการบริจาค ใครมาขอท่านก็ให้ ไม่ว่าจะมาขอสร้างวัด สร้างสาธารณกุศล ท่านอยากให้ไม่มีหยุดหย่อน ต้องการให้เท่าที่สังขารจะอำนวย ได้มาก็บริจาคไป ไม่มีการเก็บเอาไว้”
นายสรวลยังบอกอีกว่า
“ญาติๆ ของท่านยากจนทุกคน ไม่มีใครได้เงินจากท่านไป อาจจะมีบ้างก็ต้องเดือดร้อนจริงๆ จึงจะให้ไปเล็กๆ น้อยๆ ห้าร้อยบาทบ้าง พันบาทบ้าง เรื่องนี้ท่านบอกว่า เงินเขาทำบุญมา เอาไปทำบาปไม่ได้เด็ดขาด”
บารมีธรรมและบารมีทานของหลวงพ่อคูณสั่งสมมาอย่างไร ท่านจึงมีเงินบริจาคไม่ขาดสาย
ย้อนไปดูเส้นทางพระผู้มีแต่ให้ ในหนังสือหลวงพ่อคูณครบรอบ 77 ปี พบว่า หลวงพ่อลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2466 ในครอบครัวของพ่อบุญ แม่ทองขาว ฉัตรพลกรัง ท่านเป็นเด็กชาวบ้านธรรมดาๆคนหนึ่ง เติบใหญ่เข้าบวชเรียนที่วัดบ้านถนนหักใหญ่ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2487 โดยมีพระครูวิจารยติกิจ อดีตเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทดเป็นพระอุปัชฌาย์
ใต้ร่มกาสาวพัสตร์กว่าหกทศวรรษ ท่านร่ำเรียนหลักธรรมองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างดื่มด่ำ แล้วน้อมนำมาสอนพุทธศาสนิกชน แม้จะใช้คำพูดง่ายๆ ตามแบบฉบับของตนเอง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยปรัชญาอันลึกซึ้ง คมคาย เป็นต้นว่า...
เมื่อญาติโยมถามเรื่องเงิน ที่อาจรอดเร้นไปจากวัดอย่างมิชอบ ท่านตอบด้วยปฏิภาณฉับไว แต่ความหมายลึกล้ำว่า
“ธรรมดาเมื่อสับเนื้อ เนื้อก็ต้องติดเขียงบ้าง”
อีกด้านหนึ่ง ท่านเรียนวิทยาคมจากพระอาจารย์คง พุทธสโร แห่งวัดถนนหักใหญ่ และพระอาจารย์อื่นๆ จนนำมาออกเครื่องรางของขลังในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญรูปหล่อเหมือน ล็อกเกต ตะกรุด และพระกริ่ง แต่ละรุ่นได้รับความสนใจจากศิษยานุศิษย์เป็นอย่างดี
บางรุ่นวงการพระเครื่องเสาะแสวงกันอย่างจริงจัง ด้วยเชื่อว่าเรืองวิทยาคมยิ่ง จนราคาพุ่งสู่เลขหกหลักก็มี
วัตถุมงคลรุ่นแรกของหลวงพ่อคูณ เป็นล็อกเกตรูปถ่ายขาวดำ ออกเมื่อ พ.ศ.2509 ท่านมาโด่งดังเอาเมื่อออกเหรียญรูปเหมือนปี พ.ศ.2512 โดยออกที่วัดแจ้งนอก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวกันว่าเป็นเหรียญที่ดังพอๆ กับเหรียญรุ่นสร้างบารมี ที่ออกจากวัดบ้านไร่เมื่อปี พ.ศ.2519 เลยทีเดียว
นายสรวล ชินโกสีย์ บอกว่า พระเครื่องหลวงพ่อคูณมีฮอตฮิตอยู่ 3 รุ่น คือรุ่นโยนสระ ออกเมื่อปี 2512 ที่วัดแจ้งนอก รุ่นสร้างกุฏิสงฆ์วัดสระแก้ว ออกเมื่อปี 2517 และรุ่นสร้างบารมี ออกเมื่อปี 2519 เพื่อเป็นที่ระลึกในงานสร้างวัดโนนแดง
ราคาพระเครื่องหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี 2519 ที่คนนิยม นายสรวลบอกว่า “เนื้อทองแดงราคา 20,000 ขึ้น เนื้อนวโลหะ 50,000 ขึ้น เนื้อเงิน 100,000 ขึ้น”
พลังศรัทธาต่อหลวงพ่อคูณ มีทั้งมาจากพระเครื่อง หลักธรรม การสร้างสาธารณกุศล สร้างสาธารณประโยชน์ และการบริจาคทานเพื่อสั่งสมบารมีธรรม
นับแต่แรกเริ่มสั่งสมบารมีทาน ท่านบริจาคทรัพย์ไปไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท
การบริจาคอย่างหนึ่งยืนยันคำพูดของท่านว่า “เงินมีให้ใช้” อันหมายถึงเงินเป็นวัตถุที่ไม่ควรยึดติด ไม่ควรยินดียินร้าย อีกอย่างหนึ่ง เป็นตัวอย่างพระที่มีเงินแล้วใช้เป็น
นั่นคือใช้เงินในทางสร้างสรรค์
หลวงพ่อคูณบอกว่า “เงินที่นำมาทำบุญกับกู กูจะไม่เก็บไว้ เขานำมาฝากกู กูก็นำไปทำบุญให้เขาต่อ เขาก็มาให้กูอีก มันก็หมุนเวียนกันไปอย่างนี้”
ยอดเงินบริจาคจำนวนมหาศาล ท่านบริจาคให้กับการสร้างวัด โรงเรียน โรงพยาบาล ให้มูลนิธิ โครงการสาธารณประโยชน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ตัวอย่างเช่น บริจาคให้มูลนิธิอาหารกลางวันหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ จำนวน 60 ล้านบาท บริจาคสร้างศาลาการเปรียญวัดธาตุหลวงเหนือ เวียงจันทน์ ประเทศลาว 60 ล้านบาท บริจาคสร้างวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณฯ 400 ล้านบาท บริจาคสร้างโรงเรียนด่านขุนทด 11 ล้านบาท บริจาคสร้างอาคารมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา 30 ล้านบาท เป็นต้น
หลวงพ่อคูณไม่ได้บริจาคแค่เงิน...เท่านั้น
ตามพินัยกรรมทำไว้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 ท่านบริจาคร่างกายให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า “ให้มอบภายใน 24 ชั่วโมง หลังมรณภาพ”
ชีวิตหลวงพ่อให้ทั้งธรรม เงินทอง แม้กระทั่งร่างกาย
ถ้าเปรียบหลวงพ่อคูณเป็นพระเครื่อง ชื่อรุ่นคงไม่มีชื่อใดเหมาะงามเท่า รุ่น “กูเกิดมาให้มึง”.
Links:
[1] http://www.thairath.co.th/